กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญ และก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาณทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยเฉพาะในผู้ป่วยระยะท้ายทีเกิดการลุกลามของโรคไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว ยังไม่มีแนวทางในการรักษาผู้ป่วยในระยะนี้ให้หาย ทำได้เพียงดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำการดูแลแบบผสมผสานและการแพทย์ทางเลือกเข้ามาใช้ โดยในทางการแพทย์แผนไทยได้มีการนำหลักธรรมานามัยเข้ามาดูแลสุขภาพ เป็นการดูแลแบบองค์รวมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ ต้นทุนในการให้บริการ และเสนอแนวทางในการปรับปรุงการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น ให้ผู้ป่วยและญาติได้รับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ในการศึกษาแนวทางการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติ ได้ทำการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับ การให้บริการในสถานบริการ ความหมาย รูปแบบ/กิจกรรม และทรัพยากรที่ใช่ในการดำเนินการ และข้อเสนอแนะในการให้บริการ จากผู้ให้บริการจำนวน 8 สถานบริการ พบว่า สถานบริการได้มีการนำแพทย์แผนไทยมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายหลากหลายวิธี ทั้งการดูแลสภาวะร่างกายให้มีความแข็งแรง เช่น การใช้สมุนไพร การปรับพฤติกรรม การแนะนำเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การดูแลทางด้านจิตใจ ฝึกสมาธิ สวดมนต์ การทำกิจกรรมเชิงบวกต่าง ๆ รวมไปถึงดูแลสิ่งแวดล้อมในการใช้ชีวิต เน้นการประเมินและดูแลผู้ป่วยร่วมกับญาติ และการศึกษาข้อมูลต้นทุนการให้บริการในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยการแพทย์ผสมผสาน เป็นการศึกษาเชิงปริมาณโดยวิเคราะห์ต้นทุนทางบัญชีในมุมมองของผู้ให้บริการ ในกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 4 สถานบริการ ประมาณการต้นทุนต่อหน่วยรายกิจกรรมจากการเก็บข้อมูลทั่วไปของสถานบริการจากเอกสารและฐานข้อมูลการปฏิบัติงาน จากการสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงาน ด้วยแบบบันทึกข้อมูลต้นทุนทางตรงแยกตามหน่วยต้นทุน แยกบันทึกข้อมูลต้นทุนค่าแรง (LC) ค่าวัสดุ (MC) และค่าครุภัณฑ์ (CC) และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลคำนวนต้นทุนด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป Excel 2010 พบว่าต้นทุนการจัดบริการในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีต้นทุนรวมอยู่ระหว่างสองแสนถึงสี่แสนบาท มีสัดส่วนเป็นต้นทุนค่าแรงสูงที่สุด คิดเป็นต้นทุนต่อหน่วย เท่ากับ 4,543.28 – 6,076.71 บาทต่อคน ส่วนอโรคยาศาล วัดคำประมง มีต้นทุนทางตรงสูงที่สุด เท่ากับ 9,110,508.03 บาท คิดเป็นร้อยละต้นทุนค่าแรง ค่าวัสดุ และค่าลงทุน เท่ากับ 10.82 40.66 และ 48.52 ตามลำดับ เป็นต้นทุนทางตรงร้อยละ 87.34 และต้นทุนทางอ้อม 12.66 คิดเป็นต้นทุนต่อหน่วยได้เท่ากับ 50,757.74 บาทต่อคน จากการศึกษานี้จึงเกิดเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการปรับปรุงแนวทางการรักษาผู้ป่วย คือเสนอให้เพิ่มบทบาทของแพทย์แผนไทยในการดำเนินงานให้มีความชัดเจน พิจารณาเพิ่มคู่มือการใช้งานให้มีจำนวนยาเพิ่มมากขึ้นและมีข้อบ่งใช้ ปรับให้สามารถใช้กัญชาควบคู่กับการใช้ยาควบคู่กับการจ่ายยาที่มีอยู่แล้ว รวมถึงการจัดทำรายละเอียดกิจกรรมให้มีความเหมาะสมตามบริบทของผู้ป่วยและครอบครัวเพิ่มมากขึ้น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
ระบบจริงที่มีความสมบูรณ์มีคุณภาพและผ่านการทดสอบและทดลองแล้ว
เป็นการทดสอบแบบจำลองของระบบหรือระบบย่อยหรือต้นแบบในสภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้องโดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว นำไปศึกษาในหน่วยบริการนำร่องและนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับสมมติฐานและผลของการศึกษาในรูปแบบอื่น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
ผลการศึกษานำไปประยุกต์ใช้ในสิ่งแวดล้อมอื่นและดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นเพื่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นไปได้
ศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง