การสร้างชุดประสบการณ์ของประเทศไทยในการรับมือกับการระบาดโควิด 19 เพื่อใช้ในการเผยแพร่ในเวทีระดับโลก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยได้แสดงบทนำในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพที่สำคัญในเวทีระดับโลกมากมายจนเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ จากสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ประเทศไทยได้มีกระบวนการรับมือที่มีประสิทธิภาพและสามารถถอดบทเรียนการดำเนินงาน ครอบคลุม strategic area 7 ด้าน ได้แก่ 1) การ ติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการระบาดของโรค 2) การกำหนดมาตรการทางสังคมตามสถานการณ์ปัจจุบัน และหลักฐานเชิงประจักษ์ 3) การกำหนดมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ ระบาดของโรค 4) การเตรียมความพร้อมศักยภาพและทรัพยากรของระบบบริการสุขภาพ 5) การส่งเสริมการ จัดการความรู้ การวิจัยและพัฒนา 6) การสื่อสารและประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน 7) การบริหารจัดการเชิงบูรณาการเพื่อการจัดการกับการระบาดของโรค ทั้งนี้คณะทำงานได้จัดทำสื่อเพิ่มเติมในเรื่องการจัดการข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง (infodemic) เพื่อสรุปสาระสำคัญของการดำเนินงานของประเทศไทยและเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไปนอกจากนี้ประเทศไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตในช่วงของการระบาดของโรคโควิด 19 จึงได้เสนอวาระการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพจิตและการตอบสนองต่อการระบาดของโควิด 19 (Mental health preparedness and response for the COVID-19 pandemic) เป็นวาระของการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การอนามัยโลก นำไปสู่การรับรองข้อมติที่มีวัตถุประสงค์ให้เกิดข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรมสำหรับประเทศสมาชิกและองค์การอนามัยโลก ในการพัฒนาการดำเนินงานเรื่องสุขภาพจิตในช่วงการเกิดโรคระบาดปัจจัยในการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การมีหน่วยงานรับผิดชอบในการประสานงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ การมีทรัพยากรด้านต่างๆ ทั้งงบประมาณ องค์ความรู้ด้านสุขภาพโลก องค์ความรู้ในประเด็นสุขภาพเฉพาะ และบุคลากรที่ร่วมขับเคลื่อนที่เพียงพอ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งผ่านการอบรมและการเข้าร่วมประชุมในเวทีจริง