การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ในการปลูกยางพาราในเขตพื้นที่จังหวัดเลย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดเลยมีปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้จากบุกรุกพื้นที่เพื่อปลูกยางพาราเป็นจำนวนมากผู้วิจัยจึงมีความสนใจศึกษาวิจัยเรื่อง การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ในการปลูกยางพาราในเขตพื้นที่จังหวัดเลย เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ในการปลูกยางพารา ศึกษาปัจจัยที่มีผลเกี่ยวกับการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้จากการปลูกยางพาราและแนวทางแก้ไขฟื้นฟูสภาพป่าของพื้นที่ป่าไม้ที่ใช้ในการปลูกยางพาราในเขตพื้นที่จังหวัดเลย โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ซึ่งใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 5-TM (วันที่ 25 มกราคม 2554) สร้างสีผสมเท็จ 3 ช่วงคลื่น คือ 4,5,2 (Red, Green, Blue) ประกอบกับการสำรวจภาคสนาม และการสำรวจข้อมูลแบบสอบถามจากเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่ปลูกยางพาราอยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดเลย จำนวน 396 ราย ซึ่งใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Yamane (1997) ผลการวิจัยพบว่า จังหวัดเลยมีสภาพพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 401,222 ไร่ (ร้อยละ 5.619 ของพื้นที่จังหวัด) จำแนกเป็นสภาพพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ป่าไม้เท่ากับ 321,610 ไร่ (ร้อยละ 80.237 ของพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด) ซึ่งในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมีสภาพพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดคือ 312,927 ไร่ (ร้อยละ 77.993 ของพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด) รองลงมาคือ เขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์มีสภาพพื้นที่ปลูกยางพาราเท่ากับ 8,683 ไร่ (ร้อยละ 2.164 ของพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด) และพื้นที่ป่าไม้ที่ไม่มีสภาพพื้นที่ปลูกยางพาราหรือไม่มีการบุกรุกเพื่อปลูกยางพาราคือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าและอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน สำหรับอำเภอที่มีพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดคือ เมือง รองลงมาคือ วังสะพุง, เชียงคาน, ปากชม, ท่าลี่, เอราวัณ, ภูหลวง, ด่านซ้าย, ผาขาว, นาด้วง, หนองหิน, ภูกระดึง, ภูเรือและนาแห้ว ตามลำดับ ซึ่งผลการประเมินค่าความถูกต้องของการแปลตีความภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า มีค่าความถูกต้องทั้งหมดของการจำแนก (Overall accuracy) ร้อยละ 96.92 และค่าสถิติ Kappa (Kappa (K^) Statistics) ร้อยละ 93.67 ถือว่า มีความถูกต้องของการจำแนกโดยรวมสูงมาก ปัจจัยที่มีผลเกี่ยวกับการปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ป่าไม้ของจังหวัดเลยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งปัจจัยที่มีผลกระทบมากที่สุดคือ ด้านองค์ความรู้ ทัศนคติและจิตสำนึก ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านนโยบายและมาตรการของภาครัฐ และด้านเศรษฐกิจและสังคม ตามลำดับ สำหรับด้านความร่วมมือและการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างภาครัฐกับชุมชนเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบน้อยที่สุด แนวทางการแก้ไขฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าที่ใช้ในการปลูกยางพาราโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งแนวทางสำคัญเร่งด่วนในการแก้ไขคือ มาตรการป้องกันการบุกรุกป่าเพื่อปลูกยางพาราในเขตป่าไม้ แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตป่าไม้ และมาตรการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่สวนยางพารา ตามลำดับ และแนวทางการมีส่วนร่วมของชาวสวนยางพาราในการฟื้นฟูและปลูกป่าตามลำดับ