Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

มาตรการทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำภาคอุตสาหกรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริเวณลุ่มน้ำมูลตอนล่างจังหวัดอุบลราชธานี

พรพรรษา คงประยูร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อชื่อรายงานวิจัย : มาตรการทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ชื่อผู้วิจัย : พรพรรษา คงประยูรหน่วยงาน : คณะนิติศาสตร์ปีที่ทำการวิจัย : 2564เมื่อมนุษย์เป็นสัตว์สังคมในการดำรงชีวิตไม่ว่าในอดีต ปัจจุบันหรือในอนาคตเราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ว่าสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เราต้องยอมรับว่าปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตคือสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราหรือทั้งโลกใบนี้ ปัจจุบันโลกมีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นในทุกด้านและสิ่งที่ตามมาคือปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นที่ประชากรทั่วโลกให้ความสนใจเพราะต่างได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น ประเทศไทยเริ่มมีกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเมื่อปี พ.ศ.2518 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2518 และมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชนปัจจุบันมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและปัญหาที่เกิดขึ้นก็มีความหลากหลาย กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ใช้บังคับมีอยู่หลายฉบับเป็นจำนวนมาก โดยกฎหมายที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพน้ำ ความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การอนุรักษ์ การมีส่วนร่วมของประชาชน จะเกี่ยวข้องอยู่ในกฎหมายสิ่งแวดล้อมหลายฉบับ ซึ่งมีการทับซ้อนในเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐและกฎหมายสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำภาคอุตสาหกรรม ยังไม่มีแนวทางปฎิบัติที่ชัดเจน เป็นเพียงรูปแบบนโยบายตามกฎหมายที่เป็นลักษณะผู้มีอำนาจสูงสุดสั่งลงมาว่าต้องทำอย่างไร ส่วนผู้ปฎิบัติระดับล่างจะเป็นลักษณะนโยบายกว้างๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้ขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้และไม่สามารถแก้ปัญหาที่ตรงจุดได้ ประการต่อมาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำตามกฎหมายในระดับท้องถิ่นเป็นการกระจายอำนาจการปกครองของท้องถิ่นไม่ตรงกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำเป็นลุ่มส่งผลให้ไม่สามารถแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับปัญหาของท้องถิ่นได้ ดังเห็นได้จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำของเทศบาลนครอุบลราชธานีเกินเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ของแข็งแขวนลอย (TSS)เกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 30 แต่ผลการตรวจวัด (มก./ล.) จุดที่ 1 ได้ค่า 278 จุดที่ 2 ได้ค่า 242 จุดที่ 3 ได้ค่า 188 จุดที่ 4 ได้ค่า 119 และจุดที่ 5 ได้ค่า 250ค่าน้ำมันและไขมันเกณฑ์มาตรฐาน ไม่เกิน 5แต่ผลการตรวจวัด (มก./ล.) จุดที่ 1 ได้ค่า 80 จุดที่ 2 ได้ค่า 73 จุดที่ 3 ได้ค่า 25.3 จุดที่ 4 ได้ค่า 3.50 และจุดที่ 5 ได้ค่า 24.8ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเสียจากกิจการอุตสาหกรรมในพื้นที่วิจัย ค่ามาตรฐานpH5.5-9.0SS50BOD 20 COD 120 และ TKN100 จากการสำรวจโรงงาน 9 โรงงานพบว่าทั้ง 9 โรงงาน ที่ค่าSS เกิน50BOD เกิน20 COD เกิน 120เป็นต้นเห็นได้ว่าการมีกฎหมายควบคุมแต่การตรวจวัดคุณภาพน้ำผลที่ได้ตรงข้ามไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดจากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะด้านนโยบายประการแรก ผู้วิจัยขอเสนอแนะปรับปรุงข้อเทศบัญญัติเทศบาลเรื่องธรรมมาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมไม่ใช่เป็นนโยบายแค่ผู้บริหารโดยให้ท้องถิ่นเป็นผู้เสนอนโยบายได้โดยตรงตามบริบทของท้องถิ่น ให้อำนาจท้องถิ่นในการเสนอนโยบายดูแลทรัพยากรของตัวเองส่วนกลางจังหวัดเข้ามากำกับเท่านั้นรัฐควรมีนโยบายกลางให้ทางท้องถิ่นได้ปฎิบัติตามในการพัฒนานโยบายการบริหารจัดการน้ำ หลักที่ใช้คือต้องมีการบริหารจัดการน้ำแบบเป็นลุ่มน้ำ มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และเพิ่มองค์ความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้นด้านกฎหมายในส่วนการบริหารจัดการน้ำขอเสนอแนะให้ท้องถิ่นมีจัดทำร่างเทศบัญญัติเทศบาลเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยเฉพาะเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในท้องที่ได้โดยตรงเพื่อให้เกิดอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการ ส่วนภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโรงงานจำพวกที่ 1และโรงงานจำพวกที่ 2 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง (พ.ศ.2535) ผู้วิจัยขอเสนอแนะแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 17 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2562 (ฉบับที่ 2) เพิ่มหน้าที่ในการจัดทำ Corporate Social Responsibility:CSRการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมต้องมีการฟื้นฟูจากการใช้น้ำดิบกลับไปที่ชุมชนได้เพื่อนำน้ำกลับมาใช้ภายในอัตราส่วนที่สมบูรณ์และพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 มาตรา 11/1 ผู้วิจัยขอเสนอแนะแก้ไขตัดคำว่า องค์การบริหารส่วนตำบลที่มีความพร้อมเท่านั้นออกโดยกำหนดให้เมื่อรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดตามที่กำหนดไว้สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 1 และโรงงานจำพวกที่ 2 ที่ตั้งอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นทุกท้องถิ่นและพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ในส่วนนี้คณะกรรมการภาครัฐเข้ามาคอยแนะนำและส่งผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการที่มีความรู้ลงมาในระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น ระดับชุมชนในการจัดทำโครงการเสนอแผนการจัดการน้ำไม่ต้องเข้ามาจัดการน้ำทั้งระบบพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 การจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ตามมาตรา 38 ผู้วิจัยได้เสนอแนะการจัดทำแผนการจัดการน้ำปัญหาของท้องถิ่นโดยตรงและยึดหลักตามบริบทของแต่ละท้องถิ่นเป็นกรอบเกี่ยวกับจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมแทนกรอบการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่รัฐได้วางเป็นหลักเพื่อคุมการจัดการทั้งประเทศด้านการเยียวยาผู้วิจัยขอเสนอแนะให้มีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดีของชุมชนโดยมีองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดีโดยมีการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะของคนกลาง โดยเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อพิพาทของชุมชนและเสนอให้คณะกรรมการกองทุนจัดสรรเงินทุนอุดหนุนงบประมาณศูนย์ดังกล่าวเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 8จากข้อที่ผู้วิจัยได้เสนอแนะมาข้างต้นจะทำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการใช้ทรัพยากรน้ำ ทำให้หน่วยงานภาครัฐได้รับความเชื่อถือจากประชาชน ทำให้ประชาชนมีการเข้าถึงสิทธิและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและเกิดจุดกึ่งกลางในการรับผิดชอบร่วมกันของภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์พึ่งมีขึ้นตามแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนให้ดียิ่งขึ้นต่อไปคำสำคัญ: กฎหมายสิ่งแวดล้อม, การบริหารจัดการน้ำ, ผู้มีส่วนได้เสีย, ลุ่มน้ำมูลตอนล่าง, จังหวัดอุบลราชธานี

คำสำคัญ

water managementมาตรการทางกฎหมายการจัดการน้ำLegal MeasuresEnforcementEnvironmental Lawกฎหมายสิ่งแวดล้อมการบังคับใช้civil lawLegal awarenessการรับรู้กฎหมายประมวลกฎหมาย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : ปัญหามลพิษทางน้ำ

ธรรมนูญ เชี่ยวการปราบ พ.ศ. 2559

การมีส่วนร่วมในการสร้างมาตรฐานควบคุมและป้องกันอุบัติภัยทางน้ำในชุมชน

จารุพร ดวงศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2563

การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลบ้านโต้น อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น

อรัญญา ภูโคกค้อย มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2562

การวิจัยเชิงสังเคราะห์เอกสารการวิจัยประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ธนาคม วงษ์บุญธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566

โครงการศึกษาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง : ภูมินิเวศควน

จิระ จิตใจภักดิ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

รูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน กรณีศึกษา :ลุ่มน้ำมูลตอนล่าง

อนุชา เพียรชนะ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2555

กฎหมายกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

กรกฎ ทองขะโชค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2554

การบริหารจัดการน้ำดื่มและน้ำประปาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

สุนิดา ทองโท มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2564

ประสิทธิผลของการบริหารจัดการน้ำ: กรณีศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง

มนตรี ศักดิ์พิบูลรัตน์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พ.ศ. 2561

การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ : กรณีศึกษา ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

แพรว ตรีรัตน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551