ความหลากหลายทางชีวภาพและสภาพแวดล้อมบรรพกาลของซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังบริเวณแม่น้ำมูล บ่อทรายเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อจัดเก็บตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังและตะกอนจากแหล่งบ่อทรายเฉลิมพระเกียรติอย่างเป็นระบบและบูรณาการทำงานของนักวิชาการหลากหลายสาขาทั้งจากภายในและต่างประเทศ 2) เพื่ออนุรักษ์และเตรียมตัวอย่างและซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังและตะกอนให้พร้อมสำหรับการวิจัยและเก็บรักษาไว้ในคลังซากดึกดำบรรพ์ 3) เพื่อวิเคราะห์ซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังและตะกอนในบ่อทรายเฉลิมพระเกียรติ 4) เพื่อแปลความหมายข้อมูลในด้านสภาพแวดล้อมโบราณ 5) เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนในรูปแบบโมเดลจำลองสัตว์โบราณและสื่อการเรียนรู้ รวมถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการหรือการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ โดยมีการศึกษาตะกอน ลำดับชั้นตะกอนและซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังในพื้นที่แหล่งบ่อทรายบ้านพระพุทธ บ่อทรายบ้านตะกุดขอน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา และบ่อทรายบริเวณใกล้เคียง รวมถึงตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังจากห้องคลังตัวอย่างในแหล่งที่เกี่ยวข้องของสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จากการศึกษาความหลากหลายของซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังในแหล่งบ่อทรายบ้านพระพุทธ และบ่อทรายบริเวณใกล้เคียง มีการจัดเก็บตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ ทั้งสิ้น 653 ตัวอย่าง ซึ่งมีการอนุรักษ์และเตรียมตัวอย่าง จำนวน 100 ตัวอย่าง ซากดึกดำบรรพ์ที่พบประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammalians) ดังนี้ สัตว์กีบคี่ (Perissodactyl) ได้แก่ สัตว์วงศ์แรด (Rhinocerotidae) และสัตว์วงศ์ม้า (Equidae) และสัตว์กีบคู่ (Artiodactyl) ได้แก่ สัตว์วงศ์วัว (Bovidae) สัตว์วงศ์หมู (Suidae) สัตว์วงศ์ฮิปโปโปเตมัส (Hippopotamidae) สัตว์วงศ์แอนธราโคแธร์ (Anthracothere) สัตว์วงศ์ยีราฟ (Giraffidae) และสัตว์งวง (Proboscidea) ได้แก่ วงศ์ Stegodontidae วงศ์ Gomphotheriidae รวม 9 วงศ์ 14 ชนิด และสัตว์เลื้อยคลาน ดังนี้ เต่า 3 วงศ์ ได้แก่ วงศ์เต่าน้ำจืด (Geoemydidae) วงศ์เต่าบก (Testudinidae) และ วงศ์ตะพาบ (Trionychidae) และจระเข้ 2 วงศ์ ได้แก่ วงศ์จระเข้ (Crocodylidae) และวงศ์ตะโขง (Gavialidae) รวม 5 วงศ์ 5 ชนิด รวมสัตว์มีกระดูกสันหลังที่พบจำนวน 19 ชนิด ซึ่งมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ชนิดที่ยังไม่เคยมีรายงานในแหล่งบ่อทราย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 4 ชนิด ได้แก่ หมูป่า สกุล Tetraconodon และหมูป่า สกุล Conohyus ซึ่งคาดว่าเป็นชนิดใหม่ เต่ากระอาน (Batagur sp.) และตะพาบหัวกบ (Pelochelys sp.) ทำให้พบองค์ความรู้ด้านความหลากหลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานในบ่อทรายอำเภอเฉลิมพระเกียรติเพิ่มมากขึ้น การค้นพบเต่าบกยักษ์ หรือเต่าบกขนาดใหญ่ สกุล Megalochelys ในแหล่งบ้านพระพุทธ และบ้านตะกุดขอน ทำให้ข้อมูลสัณฐานวิทยาของเต่าบกสกุลนี้สมบูรณ์ขึ้น และหลักฐานสนับสนุนการปรากฎของเต่าสกุลนี้ตั้งแต่สมัยไมโอซีนตอนปลาย (Late Miocene) จนถึงสมัยไพลโอซีนถึงไพลสโตซีน สำหรับการแปลความหมายข้อมูลของสภาพแวดล้อมโบราณหรือสภาพภูมิศาสตร์บรรพกาล ใช้ข้อมูลความหลากหลายของซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังที่พบและข้อมูลที่เคยมีการรายงาน รวมถึงข้อมูลสนับสนุนสภาพแวดล้อมบรรพกาล และข้อมูลตะกอน การลำดับชั้นตะกอนทำให้สามารถสรุปสภาพภูมิศาสตร์บรรพกาลของแหล่งบ่อทรายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ดังนี้ 1. ภูมิศาสตร์บรรพกาลสมัยไมโอซีนตอนกลาง หรือประมาณ 16-11 ล้านปีก่อน ตำบลท่าช้างและภูมิภาคอินโดจีน มีสภาพป่าที่หนาแน่น แต่ไม่เป็นป่าดิบฝน สัตว์เด่น คือ พวกช้างงาจอบเล็ก (Prodeinotherium) ช้างงาเสียม (Protanancus) และตามต้นไม้มีเอป Khoratpithecus ที่คล้ายอุรังอุตัง 2. ภูมิศาสตร์บรรพกาลสมัยไมโอซีนตอนปลาย หรือประมาณ 11-5 ล้านปีก่อน มีพื้นที่ป่าไม้อยู่กระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ มีพื้นที่เปิดหรือทุ่งหญ้าเริ่มมีมากขึ้น พบสัตว์พวกเสือเขี้ยวดาบ ม้าฮิปปาเรียน สัตว์วงศ์วัวพวกเซเลโนพอร์แท็กซ์ แต่ภายใต้สภาพป่ายังมียีราฟคอสั้น แรดบราคิโปธีเรียม ฮิปโปโปเตมัส เมอริโคโปเตมัส เอปโคราชพิเธคัสบนต้นไม้ หมูป่าเตตระโนโคดอนและหมูป่าโคโนไฮอุส 3. ภูมิศาสตร์บรรพกาลสมัยไพลโอซีน หรือประมาณ 5-2.6 ล้านปีก่อน และอาจต่อเนื่องมาจากช่วงปลายสุดของสมัยไมโอซีนตอนปลายสุด หรือประมาณ 6 ล้านปีก่อน มีพื้นที่เปิดหรือทุ่งหญ้าเพิ่มขึ้นด้วย ป่าไม้กระจายเป็นหย่อม ๆ คล้ายสมัยที่ผ่านมา มีช้างสเตโกดอนรุ่นเก่าและไซโนมาสโตดอน สัตว์พวกวงศ์วัว กวางมีอยู่มาก รวมทั้งเสือเขี้ยวดาบโฮโมธีเรียม ตามหนองบึง หรือแม่น้ำ มีฮิปโปโบราณพวกเฮ็กซะโปรโตดอน แรด ส่วนในหย่อมป่าไม้ นอกจากช้าง ยังมีพวกหมูต่าง ๆ อาศัยอยู่ 4. ภูมิศาสตร์บรรพกาลสมัยไพลสโตซีน หรือสมัยน้ำแข็ง (Ice Age) ประมาณ 2.6-0.01 ล้านปีก่อน มีป่าไม้พุ่มและทุ่งหญ้าสะวันนาครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สัตว์ที่พบ เช่น ช้างสเตโกดอนรุ่นใหม่ ช้างเอลิฟาส กวาง ควายป่า กูปรี แรดอินเดีย แรดชวา หมู และไฮยีนา ด้านการใช้ประโยชน์ของโครงการวิจัยมีการเผยแพร่สู่สาธารณชนในรูปแบบโมเดลจำลองสัตว์โบราณและสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบนิทรรศการ หนังสือ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ รวมถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการและการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ