การคัดแยกแบคทีเรีย clostridia ที่มีประสิทธิภาพเพื่อผลิตบิวทานอล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บิวทานอลเป็นพลังงานทางเลือกใหม่และถูกพัฒนาเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม บิวทานอลสามารถผลิตได้จาก solventogenic clostridia เช่น Clostridium acetobutylicum และ Clostridium beijerinckii ในกระบวนการหมักอะซิโตน-บิวทานอล-เอทานอล (กระบวนการหมักเอบีอี) อย่างไรก็ตาม การที่จุลินทรีย์เหล่านี้ไม่มีกิจกรรมในการย่อยเซลลูโลสเป็นปัญหาหลักอย่างหนึ่งในการผลิตบิวทานอลจากวัสดุประเภทเซลลูโลสอย่างมีประสิทธิผล วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการคัดแยกแบคทีเรีย clostridia ที่สามารถย่อยเซลลูโลสจากแหล่งธรรมชาติในประเทศไทย ได้แก่ มูลโค เพื่อผลิตบิวทานอล แบคทีเรีย clostridia ถูกคัดแยกโดยกิจกรรมการย่อยเซลลูโลสและการทนบิวทานอลโดยการเพาะเลี้ยงในอาหารเลือกสรร (selective media) ที่ประกอบด้วยแหล่งคาร์บอนคืออะวิเซล (avicel) 2 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักต่อปริมาตร) และบิวทานอล 5 กรัมต่อลิตร พบว่ามีแบคทีเรียไร้อากาศ 2 ไอโซเลท (C23–KKU และ C32–KKU) ที่สามารถย่อยเซลลูโลสและทนบิวทานอลได้ แบคทีเรียทั้ง 2 ไอโซเลทเป็นแบคทีเรียแกรมบวก มีรูปร่างเป็นท่อน สร้างเอนโดสปอร์และสามารถรีดิวซ์ซัลไฟท์ ซึ่งจัดเป็นคุณลักษณะของแบคทีเรีย clostridia จากนั้นทำการผลิตบิวทานอลจากอะวิเซลโดยแบคทีเรียทั้ง 2 ไอโซเลท พบว่า C23–KKU ผลิตบิวทานอลได้ใกล้เคียงกันกับไอโซเลท C32–KKU (1.063 และ 1.062 กรัมต่อลิตร, ตามลำดับ) ในการผลิตบิวทานอลจากชานอ้อย และกลูโคส โดยไอโซเลท C23–KKU พบว่าได้บิวทานอล 2.013 และ 10.972 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าเมื่อทำการหมักโดยไอโซเลท C32–KKU (2.751 และ 12.170 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ) จากการบ่งชี้ระดับโมเลกุลโดยเทคนิค 16S rDNA พบว่าไอโซเลท C32–KKU มีลำดับนิวคลีโอไทด์ใกล้เคียงกับ Clostridium diolis 99.86 เปอร์เซ็นต์