กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้เสนอวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีผลกระทบจากการแทรกซึมของคลอไรด์เนื่องจากน้ำทะเล โดยใช้วิธีทางไฟฟ้าเคมีด้วยการทดสอบหาเงื่อนไขของชนิดของสารละลายอิเล็คโทรไลต์ และค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการและนำเงื่อนไขที่คาดว่าเหมาะสมที่สุดเพื่อนำไปทำการบำรุงรักษาและฟื้นฟูโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากคลอไรด์ ผลการทดลองพบว่าการลดปริมาณคลอไรด์ในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นมีแนวโน้มที่ดี โดยใช้ระยะเวลาเพียงช่วงสั้นๆก็สามารถลดปริมาณคลอไรด์ได้ในอัตราที่น่าพอใจ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องเช่น ชนิดของสารละลายอิเล็คโทรไลต์ ระยะเวลาของกระบวนการลดปริมาณคลอไรด์ หรือค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า โดยผลการทดลองที่ระยะเวลา 28 วันพบว่าวิธีการนี้สามารถดึงคลอไรด์อิออนจากคอนกรีตได้ถึงร้อยละ 76 โดยใช้สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)2) เป็นอิเล็คโทรไลต์และขนาดความต่างศักย์ 15 โวลต์ ส่วนการทดสอบหาปริมาณคลอไรด์ที่ลดลงในบริเวณที่ห่างจากบริเวณที่ติดตั้งสารละลายพบว่าบริเวณที่ห่างออกจากบริเวณที่ติดตั้งสารละลาย ประสิทธิภาพของการดึงคลอไรด์ในคอนกรีตด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมีลดลงตามระยะทางที่ห่างไปจากบริเวณที่ทำการติดตั้งสารละลายอิเลคโทรไลต์ซึ่งสอดคล้องกับสมการของ Nernst plannck ซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่ของคลอไรด์อิออนผ่านคอนกรีตด้วยกระแสไฟฟ้าสอดคล้องกับผลงานวิจัยในห้องปฎิบัตการโดยความสามารถลดปริมาณคลอไรด์ในคอนกรีตได้ร้อยละ 78 สำหรับบริเวณที่สัมผัสกับสารละลายโดยตรงและลดลงตามระยะทางที่ห่างออกไปจากบริเวณที่ติดตั้งสารละลาย งานวิจัยนี้เสนอวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีผลกระทบจากการแทรกซึมของคลอไรด์เนื่องจากน้ำทะเล โดยใช้วิธีทางไฟฟ้าเคมีด้วยการทดสอบหาเงื่อนไขของชนิดของสารละลายอิเล็คโทรไลต์ และค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการและนำเงื่อนไขที่คาดว่าเหมาะสมที่สุดเพื่อนำไปทำการบำรุงรักษาและฟื้นฟูโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากคลอไรด์ ผลการทดลองพบว่าการลดปริมาณคลอไรด์ในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นมีแนวโน้มที่ดี โดยใช้ระยะเวลาเพียงช่วงสั้นๆก็สามารถลดปริมาณคลอไรด์ได้ในอัตราที่น่าพอใจ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องเช่น ชนิดของสารละลายอิเล็คโทรไลต์ ระยะเวลาของกระบวนการลดปริมาณคลอไรด์ หรือค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า โดยผลการทดลองที่ระยะเวลา 28 วันพบว่าวิธีการนี้สามารถดึงคลอไรด์อิออนจากคอนกรีตได้ถึงร้อยละ 76 โดยใช้สารละลายแคลเซียมไฮดรอกไซด์ (Ca(OH)2) เป็นอิเล็คโทรไลต์และขนาดความต่างศักย์ 15 โวลต์ ส่วนการทดสอบหาปริมาณคลอไรด์ที่ลดลงในบริเวณที่ห่างจากบริเวณที่ติดตั้งสารละลายพบว่าบริเวณที่ห่างออกจากบริเวณที่ติดตั้งสารละลาย ประสิทธิภาพของการดึงคลอไรด์ในคอนกรีตด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมีลดลงตามระยะทางที่ห่างไปจากบริเวณที่ทำการติดตั้งสารละลายอิเลคโทรไลต์ซึ่งสอดคล้องกับสมการของ Nernst plannck ซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่ของคลอไรด์อิออนผ่านคอนกรีตด้วยกระแสไฟฟ้าสอดคล้องกับผลงานวิจัยในห้องปฎิบัตการโดยความสามารถลดปริมาณคลอไรด์ในคอนกรีตได้ร้อยละ 78 สำหรับบริเวณที่สัมผัสกับสารละลายโดยตรงและลดลงตามระยะทางที่ห่างออกไปจากบริเวณที่ติดตั้งสารละลาย