กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การใช้เครื่องหมายโมเลกุลที่ใกล้ชิดกับยีนที่ควบคุมความหนากะลา จะช่วยนักปรับปรุงพันธุ์พืช คัดเลือกพันธุ์ปาล์มน้ำมันแบบดูรา พิสิเฟอรา และเทเนอรา ในระยะกล้า ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาในการปรับปรุงประชากรเพื่อคัดเลือกสายพันธุ์พ่อแม่ดูราและพิสิเฟอราที่ดี ได้ทำการสุ่มคัดเลือกต้นปาล์มน้ำมันชั่วที่ 2 จำนวน 67 ต้น จากแปลงรวบรวมเชื้อพันธุ์ปาล์มน้ำมันชั่วที่ 2 ซึ่งรวบรวมจากต้นลูกผสมชั่วที่ 1 ของปาล์มน้ำมันแบบเทเนอรา จากสวนต่าง ๆ ในภาคใต้ แล้วนำมาปลูกจำนวน 1,081 ต้น ปีพ.ศ. 2532 ที่สถานีวิจัยคลองหอยโข่ง คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ปาล์มน้ำมันชั่วที่ 2 จำนวน 67 ต้น ถูกสุ่มคัดเลือกและจำแนกออกเป็นแบบดูรา 24 ต้น พิสิเฟอรา 9 ต้น และเทเนอรา 34 ต้น และพบว่าปาล์มน้ำมันแบบดูรา มีความหนาของกะลา 2.10-4.27 มิลลิเมตร และเปอร์เซ็นต์ของเนื้อผล 46.76-70.76% ปาล์มน้ำมันแบบพิสิเฟอราไม่มีกะลาและมีเปอร์เซ็นต์ของเนื้อผล 41.68-100% ปาล์มน้ำมันแบบเทเนอรา มีความหนาของกะลา 0.76-2.79 มิลลิเมตร และเปอร์เซ็นต์ของเนื้อผล 65.40-86.26% ปาล์มน้ำมันแบบเทเนอรามีการเรียงตัวของเส้นใยรอบกะลา แต่ปาล์มน้ำมันแบบดูราไม่มีการเรียงตัวของเส้นใยรอบกะลา เมื่อวิเคราะห์ด้วยเครื่องหมายโมเลกุลเอสเอสอาร์กับปาล์มน้ำมันแบบดูรา พิสิเฟอรา และเทเนอรา โดยใช้เครื่องหมายโมเลกุล mEgCIR008, mEgCIR0230, mEgCIR0353, mEgCIR0465, mEgCIR02347, mEgCIR3275, MF233033, MF233056 และ MF2331019 พบว่าการใช้เครื่องหมายโมเลกุล MF233033 ร่วมกับ MF233056 สามารถใช้แยกปาล์มน้ำมันแบบดูรา พิสิเฟอรา และเทเนอรา ได้ถูกต้อง 80% 100% และ 76.47% ตามลำดับ