การเพิ่มศักยภาพการผลิตปาล์มน้ำมันในจังหวัดชุมพร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมกับสภาพแวดล้อม รวมทั้งประเมินความเสถียรของโคลนปาล์มน้ามันใน 2 สถานที่ ทางภาคใต้ของไทย ปาล์มน้ามันอายุ 10 ปี จานวน 7 พันธุ์ คือ Azteca Eagle Emerald Nemo Titan Tornado และ Deli x Lame และปลูกทดสอบในอาเภอละแม และ อาเภอสวี จังหวัดชุมพร แต่ละสถานที่วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึง เดือนกันยายน พ.ศ. 2562 ข้อมูลจาก 2 สถานที่นามาวิเคราะห์ความแปรปรวนรวมเพื่อประเมินความสาคัญของปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมกับสภาพแวดล้อม และประเมินเสถียรภาพของพันธุ์โดยวิธีรีเกรสชัน ผลการศึกษา พบว่า ผลผลิตน้ามันของพันธุ์ปาล์มน้ามันมีนัยสาคัญยิ่งทางสถิติ สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันมีอิทธิพลทาให้ลักษณะผลผลิตน้ามันของพันธุ์ปาล์มน้ามันมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญยิ่ง เมื่อพิจารณาในแต่ละสถานที่ พบว่า โคลนปาล์มน้ามันพันธุ์ Titan เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตน้ามันเฉลี่ยสูงสุดในทุกสภาพแวดล้อมที่ทาการทดลอง โดยให้ค่าสัมประสิทธิ์รีเกรสชันเท่ากับ 1.42 จึงสามารถแนะนาเป็นพันธุ์ปลูกได้ในอาเภอละแมและอาเภอสวี ได้ โคลนปาล์มน้ามันพันธุ์ Emerald Nemo Azteca Tornado และ Eagle เป็นพันธุ์ที่มีเสถียรภาพโดยเฉลี่ย โดยให้ค่าสัมประสิทธิ์รีเกรสชันเท่ากับ 1.25, 0.93, 0.92, 0.95 และ 0.82 ตามลาดับ การวิเคราะห์ความแปรปรวนรวมเพื่อประเมินความสาคัญของปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมกับภาพแวดล้อมและประเมินเสถียรภาพของพันธุ์โดยการวิเคราะห์อิทธิพลแบบผลบวกและปฏิกิริยาสัมพันธ์แบบผลคูณ การวิเคราะห์ความแปรปรวนของผลผลิตน้ามัน พบว่า ปัจจัยของพันธุ์ปาล์มน้ามันมีนัยสาคัญยิ่งทางสถิติ (p<0.01) แสดงให้เห็นว่าพันธุ์ปาล์มน้ามันที่ต่างกันทาให้ผลผลิตน้ามันแตกต่างกัน ปัจจัยสภาพแวดล้อมมีนัยสาคัญยิ่งทางสถิติ (p<0.01) แสดงว่าสภาพแวดล้อมที่ต่างกันมีอิทธิพลให้ผลผลิตน้ามันแตกต่างกัน สาหรับปัจจัยปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์กับสภาพแวดล้อมไม่มีความแตกต่างทางสถิติ แสดงว่าผลผลิตน้ามันของพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ตอบสนองกับสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้จึงไม่จาเป็นต้องวิเคราะห์ความเสถียรของลักษณะผลผลิตน้ามัน งานวิจัยผลของปุ๋ยและประสิทธิภาพของชันโรงในการเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ามัน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปริมาณของปุ๋ยที่เเหมาะสมต่อการให้ผลผลิตของปาล์มน้ามันและศึกษาประสิทธิภาพของชันโรงขนเงิน (Tetragonula pagdeni) ในการผสมเกสรปาล์มน้ามัน ปลูกทดสอบในอาเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึง เดือนกันยายน พ.ศ. 2562 วิเคราะห์ข้อมูลตามแผนการทดลองแบบแฟกทอเรียล 2 ปัจจัย จากการวิเคราะห์ความแปรปรวนลักษณะเปอร์เซ็นต์ผลดี พบว่า อัตราการใส่ปุ๋ย 1 เท่า 1.5 เท่า 2 เท่า และ 2.5 เท่าไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ จานวนรังชันโรง จานวน 0 รัง 4 รัง 8 รัง และ 12 รัง มีนัยสาคัญยิ่งทางสถิติ โดยปาล์มน้ามันที่วางรังชันโรงจานวน 12 รังต่อไร่ให้เปอร์เซ็นต์ผลดีสูงที่สุดเท่ากับ 80.32 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่แตกต่างกับปาล์มน้ามันที่วางรังชันโรงจานวน 8 รังต่อไร่ซึ่งให้เปอร์เซ็นต์ผลดีเท่ากับ 78.37 เปอร์เซ็นต์ แต่แตกต่างกับปาล์มน้ามันที่วางรังชันโรงจานวน 4 รังต่อไร่และไม่วางรังชันโรง โดยให้เปอร์เซ็นต์ผลดีเฉลี่ยเท่ากับ 77.50 และ 76.15 เปอร์เซ็นต์ ตามลาดับ ปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างอัตราการใส่ปุ๋ยกับจานวนรังชันโรง มีนัยสาคัญทางสถิติ โดยปาล์มน้ามันที่ใส่ปุ๋ย 2.5 เท่าและวางรังชันโรง 12 รังต่อไร่ ให้เปอร์เซ็นต์ผลดีสูงที่สุดเท่ากับ 80.91 เปอร์เซ็นต์