การพัฒนาสมรรถนะและองค์ความรู้ด้านบัญชีของพนักงานสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถนะและทักษะด้านบัญชีสำหรับพนักงานสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับระบบสหกรณ์สำหรับผู้มีส่วนได้เสียหรือสมาชิกสหกรณ์ สร้างความโปร่งใส และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงสรุปประเด็นของผลการศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ ผลการศึกษาส่วนที่ 1 ผลจากการพัฒนาสมรรถนะและทักษะด้านบัญชี และการปลูกฝังจรรยาบรรณทางวิชาชีพสำหรับพนักงานสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 800 คน ซึ่งประกอบด้วย การอบรมให้ความรู้และทักษะด้านบัญชี ซึ่งจากการประเมินความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการอบรมผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าอบรมมีค่าคะแนนความรู้ความเข้าใจทางด้านบัญชีหลังการอบรมเพิ่มสูงขึ้น เท่ากับ 12.34 ยิ่งไปกว่านั้น จากการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับทักษะทางด้านบัญชี และการทดลองฝึกปฏิบัติจริง พบว่า พนักงานสหกรณ์สามารถบันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินได้อย่างถูกต้องหลังการอบรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 นอกจากนี้ ทางผู้วิจัยได้ดำเนินการอบรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพของพนักงานสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ ผลการประเมินผลพบว่า หลังจากผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการพนักงานบัญชีสหกรณ์ มีสมรรถนะด้านความรู้ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทางการบัญชี (IES 2) สมรรถนะด้านทักษะทางวิชาชีพ (IES3) และสมรรถนะด้านค่านิยม จรรณยาบรรณ และทัศนคติทางวิชาชีพ (IES 4) อยู่ในระดับสูงทุกด้าน เพียงแต่มีระดับค่าเฉลี่ยมากหรือน้อยของการแปลผลที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละด้านยังคงอยู่ในระดับการประเมินที่มีสมรรถนะสูงขึ้นทั้งหมด ส่วนผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกัน มีผลต่อสมรรถนะวิชาชีพด้านค่านิยม จรรณยาบรรณ และทัศนคติทางวิชาชีพ (IES 4) สมรรถนะวิชาชีพด้านความรู้ ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทางการบัญชี (IES 2) และสมรรถนะวิชาชีพด้านทักษะทางวิชาชีพ (IES3) แตกต่างกัน ในบางองค์ประกอบย่อย ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการศึกษาส่วนที่ 2 ผลจากการอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสหกรณ์ ได้แก่ อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ สำหรับผู้มีส่วนได้เสีย หรือสมาชิกของสหกรณ์ เพื่อสร้างความโปร่งใส และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเสริมสร้างจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของสหกรณ์ตามบทบาทหน้าที่ของผู้มีส่วนได้เสีย หรือสมาชิกสหรณ์ จำนวน 500 คน ผลการศึกษาพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสหกรณ์ของผู้มีส่วนได้เสีย หรือสมาชิกสหกรณ์เพิ่มขึ้นจากเดิม ร้อยละ 15.60 ผลการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ เกี่ยวกับความคุ้มค่าของโครงการวิจัย โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าเผื่อใช้ในอนาคต (CVM) ด้วยการประมาณค่าความสัมพันธ์ของความยินดีที่จะจ่ายกับตัวแปรต่าง ๆ ได้แก่ เพศ สถานภาพ อายุ ระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ประสบการณ์การทำงาน และคะแนนความรู้หลังรับการฝึกอบรม โดยใช้วิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Square: OLS) ในรูปสมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการศึกษาพบว่า มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการพัฒนาสมรรถนะและทักษะด้านบัญชี รวมทั้งปลูกฝังจรรยาบรรณวิชาชีพให้แก่พนักงานสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่ มีมูลค่า 1,659,660.50 บาท คำสำคัญ : บัญชีสหกรณ์ สมรรถนะด้านบัญชี พนักงานสหกรณ์ ผู้มีส่วนได้เสีย ความโปร่งใส ความเหลื่อมล้ำทางสังคม