Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การวิเคราะห์ปริมาณกรรดอะมิโนและกรดไขมันของปลาในทะเลสาบสงขลาตอนกลางและตอนล่าง

เตือนตา ร่าหมาน มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาปริมาณกรดอะมิโนและกรดไขมันจากปลาในทะเลสาบสงขลา ทำการเก็บตัวอย่างในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นช่วงฤดูร้อน และ เดือนธันวาคม 2564 เป็นช่วงฤดูฝน ทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำ เก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ทุกครั้งที่เก็บตัวอย่างปลา ผลการศึกษา พบว่า คุณภาพน้ำของทั้งสี่พื้นที่อยู่ในสภาพปกติ ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำมีปริมาณอยู่ในช่วง 6-7 มิลลิกรัม/ลิตร ความเป็นกรด-ด่าง มีค่าระหว่าง 6.5-7.5 ระดับของความเค็มมีค่าตั้งแต่ 0.00-17.00 ppt. จากการศึกษาองค์ประกอบชนิดของแพลงก์ตอนพืชบริเวณทะเลสาบสงขลา พบแพลงก์ตอนพืชทั้งหมด 3 Division 6 class 17 order 29 Family 40 Genus ได้แก่ Division Cyanophyta Division Chlorophyta และ Division Chromophyta ส่วนแพลงก์ตอนสัตว์พบแพลงก์ตอนสัตวทั้งหมด 7 Phylum 5 Subbphylum 6 class 6 Subclass 8 order 18 Family 22 Genus ได้แก่ Phylum Protozoa Phylum Rotifera Phylum Arthropoda Phylum Annelida Phylum Mollusca Phylum Cnidaria และ Phylum Chordata แพลงค์ตอนพืชที่พบเป็นองค์ประกอบหลักของสังคมแพลงก์ตอนพืชในพื้นที่เกาะใหญ่ คือ Staurastrum sp. (25%) รองลงมาคือ Strombomonas sp. (20%) และ Merismopedia sp. ส่วนองค์ประกอบหลักของแพลงก์ตอนพืชที่บ้านใหม่ คือ Trachelomonous sp. รองลงมาคือ Chaetoceros sp. และ Phoboscia sp. และ องค์ประกอบหลักของแพลงก์ตอนพืชที่ควนเนียง คือ Hyalotheca sp. รองลงมาคือ Strombomonas sp. และ Surirellia sp. แพลงก์ตอนสัตว์ที่พบเป็นองค์ประกอบหลัก คือ ตัวอ่อนของ copepod รองลงมาคือ Keratella sp. และ Branchionus sp. แพลงก์ตอนสัตว์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของแพลงก์ตอนที่บ้านช่องฟืน คือ Nauplius copepod รองลงมาเป็น Acartia sp. และ ตัวอ่อนหอยสองฝา องค์ประกอบชนิดของแพลงก์ตอนสัตว์ที่บ้านใหม่ ประกอบด้วย Nauplius larvae รองลงมาเป็น Calanus sp. และ Polyathra ส่วนตัวอ่อนของ Tunicate และ Branchiunus sp. มีสัดส่วนเท่ากัน และองค์ประกอบชนิดของแพลงก์ตอนสัตว์ที่ควนเนียงประกอบด้วย Branchiunus sp. และ Diffugia sp รองลงมาคือ Petalotricha sp. จากการศึกษาปริมาณกรดอะมิโนในปลาจำนวน 5 ชนิด จากทะเลสาบสงขลา คือ ปลาดุกทะเล ปลาท่องเที่ยว ปลาตะกรับ ปลาหัวอ่อน และหัวโม่ง พบว่า ปลาทุกชนิดที่ศึกษามีปริมาณ glutamine สูงสุด รองลงมาคือ Aspartic และ Leucine ปริมาณของ glutamine มีปริมาณระหว่าง 144.86014-203.38235 nml/mg ปริมาณของ Aspartic มีค่าระหว่าง 85.8042-167.23214 nml/mg และ Leucine มีปริมาณระหว่าง 74.05594-134.83607 nmol/mg จากการเปรียบเทียบปริมาณกรดอะมิโนระหว่างปลาแต่ละชนิดเพื่อหาความแตกต่างในเชิงพื้นที่และเวลา พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) จากการวิเคราะห์ปริมาณกรดไขมันทั้งหมดในปลาที่เก็บตัวอย่างจากทะเลสาบสงขลา พบว่า ปลาดุกทะเลที่เก็บตัวอย่างจากควนเนียงในช่วงฤดูร้อนจะมีปริมาณไขมันมากที่สุด (41.92?0.82%) รองลงมา คือ ปลาดุกทะเลที่เก็บตัวอย่างจากปากพะยูนในช่วงฤดูฝน (36.33?1.68%) และปลากดหัวอ่อนจากพื้นที่ควนเนียง (35.86?1.79%) ปริมาณกรดไขมันแตกต่างกันไปในปลาแต่ละชนิดที่เก็บตัวอย่างจากพื้นที่อำเภอควนเนียง จ.สงขลา จากการวิเคราะห์กรดไขมันทั้ง 23 ชนิด จากตัวอย่างปลา 6 ชนิด พบว่า จากการวิเคราะห์กรดไขมันไม่พบกรดไขมัน 2 ชนิด คือ Capric acid และ Undecanoic acid โดยพบ Palmatic acid เป็นองค์ประกอบหลัก รองลงมาเป็น Steric acid, Oleic acid, Arachidonic acid และ Eicosapentaenoic acid มีปริมาณมากกว่า 10 % เมื่อเปรียบเทียบกรดไขมันแต่ละชนิดพบว่า ปลาท่องเที่ยวมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุด กล่าวคือ พบ Linoleic acid (1.197), Linolenic acid (0.475), Arachidonic acid (8.3444) และ Eicosapentaenoic acid (4.834) ปลาลิ้นหมา พบ Palmitoleic acid (6.314) และ Heptadecanoic acid (4.291) มากกว่าปลาชนิดอื่น ตัวอย่างปลาที่เก็บจากพื้นที่ควนเนียงมีปริมาณกรดไขมันชนิด Arachidonic acid และ Eicosapentaenoic acid มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบในเชิงพื้นที่ นอกจากนี้ ปลาจากพื้นที่ควนเนียงและเกาะใหญ่มีปริมาณกรดไขมันชนิด Oleic acid มากที่สุดในเชิงพื้นที่ รวมทั้งมีปริมาณกรดไขมันชนิด Linoleic acid และ Linolenic acid มากที่สุดในเชิงพื้นที่ ผลการศึกษาที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้ปลาจากทะเลสาบสงขลาต่อไป

คำสำคัญ

Fatty acidกรดไขมันAmino acidทะเลสาบสงขลากรดอะมิโนNutrition valueคุณค่าทางอาหารSongkla Lakeปลาน้ำกร่อยEstuarine fish

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประเมินคุณภาพน้ำบริเวณกระชังเลี้ยงปลาในทะเลสาบสงขลาตอนนอกด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก

นิคม ละอองศิริวงศ์ สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง พ.ศ. 2554

สภาวะแวดล้อม และปริมาณธาตุอาหารในบริเวณแหล่งอาศัยของหอยหลอดบริเวณจังหวัดสตูล

เกศแก้ว เทศอาเส็น กรมประมง พ.ศ. 2561

ศึกษาปริมาณฟอสเฟตธรรมชาติในสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำหรับซูริมิแช่เยือกแข็งบริเวณพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

อรวรรณ กาญจนะ กรมประมง พ.ศ. 2564

คุณค่าทางโภชนาการ องค์ประกอบทางเคมีของปลาตะกรับ Scatophagus argus (Linnaeus, 1766) ที่เลี้ยงและแหล่งธรรมชาติ

อรัญญา อัศวอารีย์ กรมประมง พ.ศ. 2563

ความสัมพันธ์ของการประเมินคุณค่าทรัพยากรสัตว์น้ำ กับเศรษฐกิจฐานรากบริเวณชายฝั่งชุมชนบ้านบางสะเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

ชลี ไพบูลย์กิจกุล คณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2554

การวิเคราะห์องค์ประกอบอาหารในกระเพาะปลาทูบริเวณอ่าวไทยตอนใน

จินดา ซ้ายเกลี้ยง กรมประมง พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบกรดอะมิโนและกรดไขมันของไรน้ำนางฟ้าไทยที่เลี้ยงด้วยน้ำบ่อปลาเสริมด้วยคลอเรลลา

จามรี เครือหงษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2560

สภาวะแวดล้อมบางประการในแหล่งประมงบริเวณไหล่ทวีปทะเลอันดามัน

นายสมเจตน์ สอนครุฑ กรมประมง พ.ศ. 2551

การประเมินผลผลิตและความหลากหลายของสัตว์น้ำเศรษฐกิจบางชนิด ในทะเลสาบสงขลาด้วยข้อมูลจากการทำการประมงในปี 2561

อรัญญา อัศวอารีย์ กรมประมง พ.ศ. 2561

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาช่อนทะเลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์

สุรินทร์พร ยิ้มกัน กรมประมง พ.ศ. 2563