ประชาคมแพลงก์ตอนน้ำจืดและแพลงก์ตอนทะเลบริเวณหมู่เกาะตะรุเตา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความหลากหลาย การกระจายของแพลงก์ตอนน้ำจืดและแพลงก์ตอนทะเล บริเวณเกาะตะรุเตา อาดังและราวี และเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประชาคมแพลงก์ตอนดังกล่าวกับปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยเก็บตัวอย่างเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณในเดือนธันวาคม 2551 กุมภาพันธ์และธันวาคม 2552 และมีนาคม 2553 ครอบคลุมแหล่งน้ำจืด 6 จุดเก็บตัวอย่างและทะเล 5 จุดเก็บตัวอย่าง ผลการศึกษาพบแพลงก์ตอนน้ำจืดทั้งสิ้น 135 taxa เป็น แพลงก์ตอนพืช 93 taxa โดย Division Chromophyta มีความหลากชนิดสูงสุด (71 taxa) รองลงมาคือ Division Chlorophyta (12 taxa) และ Division Cyanophyta (11 taxa) ตามลำดับ และแพลงก์ตอนสัตว์ 42 ชนิด โดยกลุ่มโรติเฟอร์มีความหลากชนิด สูงสุด (26 ชนิด) รองลงมาคือกลุ่มคลาโดเซอแรน (9 ชนิด) และกลุ่มโคพีพอด (7 ชนิด) ตามลำดับ โดยพบโคพีพอดที่ รายงานเป็นครั้งแรกในประเทศไทย 1 ชนิด คือ Mesocyclops dadayi และพบว่าในช่วงที่ศึกษาประชาคมแพลงก์ตอนน้ำจืด บริเวณเกาะตะรุเตามีความใกล้เคียงกับเกาะราวีมากกว่าเกาะอาดัง ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการกระจายของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น สำหรับความชุกชุมของแพลงก์ตอนพืชน้ำจืดอยู่ในช่วง 55-2,705,250 เซลล์/ลิตร มีความชุกชุมสูงสุดในเดือนธันวาคม 2552 โดย Division Cyanophyta มีความชุกชุมสูงสุด และพบว่าแพลงก์ตอนสัตว์มีชุกชุมต่ำ (0.02-43.37 ตัว/ลิตร) ปัจจัยที่ส่งผล ต่อปริมาณและการกระจายของแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์น้ำจืดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.04) คือ ไนไตรท์- ไนโตรเจน (r2 = 0.18) ออร์โธฟอสเฟต-ฟอสฟอรัส (r2 = 0.39) และซิลิเกต-ซิลิกอน (r2 = 0.41) นอกจากนี้พบแพลงก์ตอนทะเลทั้งสิ้น 181 ชนิด เป็นแพลงก์ตอนพืช 90 ชนิด โดย Division Chromophyta มี ความหลากชนิดสูงสุด (88 taxa) รองลงมาคือ Division Cyanophyta (2 taxa) และพบแพลงก์ตอนสัตว์ 91 taxa โดย Phylum Arthropoda มีความหลากชนิดสูงสุด (54 taxa) รองลงมาคือ Phylum Protozoa (17 taxa) และPhylum Cnidaria, Mollusca และ Chordata (Phylum ละ 4 taxa) ตามลำดับ สำหรับความชุกชุมของแพลงก์ตอนพืชทะเลอยู่ในช่วง 348 - 37,649 เซลล์/ ลิตร โดยกลุ่มเด่นที่พบชุกชุมสูงสุด คือ Class Bacillariophyceae รองมาคือ Class Dinophyceae และ Class Cynaophyceae ตามลำดับ ในขณะที่แพลงก์ตอนสัตว์ทะเลมีความชุกชุมอยู่ในช่วง 104 - 30,011 ตัว/ลิตร โดยกลุ่มเด่นที่พบชุกชุมสูงสุด คือ Phylum Arthropoda รองลงมา คือ Phylum Protozoa, Mollusca และ Chordata ตามลำดับ โดยพบว่าปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่ ส่งผลต่อปริมาณและการแพร่กระจายของแพลงก์ตอนพืชทะเลและแพลงก์ตอนสัตว์ทะเลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.02) คือ ความขุ่น (r2 = 0.44) ไนเตรต-ไนโตรเจน (r2 = 0.41) ฟอสฟอรัสรวม (r2 = 0.40) และซิลิเกต-ซิลิกอน (r2 = 0.21) จากผลการศึกษาครั้งนี้จะเห็นได้ว่าบริเวณหมู่เกาะตะรุเตายังอุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตกลุ่มแพลงก์ตอน และการพบ ชนิดที่ยังไม่มีรายงานในประเทศไทยบริเวณเกาะเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ไม่ปรากฏอยู่บน แผ่นดินใหญ่ จึงควรมีการศึกษาอนุกรมวิธาน ความหลากหลายทางชีวภาพและการกระจายเชิงชีวภูมิศาสตร์ต่อไป