Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2553

การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ยางธรรมชาติเป็นสารก่อฟิล์มในทางเภสัชกรรมและวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

วิวัฒน์ พิชญากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2553

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ยางธรรมชาติเป็นสารก่อฟิล์มในทางเภสัชกรรม และวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง บทคัดย่อ พอลิเมอร์จากน้ำยางธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการเป็นสารก่อฟิล์มที่ดี มีความยืดหยุ่นสูง จึงถูก นำมาใช้เป็นสารก่อฟิล์มในการเคลือบยาเม็ดโพรพราโนลอลไฮโดรคลอไรด์ แผ่นแปะผิวหนังลิโดเคน และ มาสค์พอกหน้าชนิดลอกออกในลักษณะเป็นเพสต์ ในการศึกษาพบว่าน้ำยางธรรมชาติไม่มีความเป็นพิษเฉียบพลันเมื่อให้ทางปาก ทำการศึกษาสมบัติ ของฟิล์มที่เตรียมจากน้ำยางข้น และการดัดแปรโดยการผสมร่วมกับสารอื่นๆ พบว่าหากใช้น้ำยางข้นเพียง ชนิดเดียวในการเคลือบ จะพบปัญหาเรื่องของการติดกันเองของเนื้อยางมากกว่าที่จะยึดเกาะบนพื้นผิวของ ยาเม็ดแกน การเติมสารช่วยอื่น ๆ ซึ่งมีความเข้ากันได้ สามารถแก้ไขปัญหาด้านกระบวนการเตรียมตำรับ น้ำยาเคลือบฟิล์ม และกระบวนการเคลือบฟิล์มได้ การใช้ไฮดรอกซีโพรพิวเมทิลเซลลูโลส (HPMC) เป็นสาร ก่อฟิล์มร่วมในสูตรตำรับน้ำยาเคลือบฟิล์ม ไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO2) และทัลคัม (Talcum) เป็นสารกัน เหนอะ ไตรเอทิลซิเตรต (TEC) และพอลิเอทิลีนไกลคอล (PEG6000) เป็นพลาสติไซเซอร์ แอโรซิล (Aerosil?) เป็นสารป้องกันการเกิดฟอง และใช้น้ำเป็นตัวทำละลาย สามารถเตรียมเป็นสูตรน้ำยาเคลือบ และเคลือบบนเม็ดยาได้ ยาเม็ดเคลือบฟิล์มที่เตรียมได้มีลักษณะเป็นเม็ดยาสีขาวอมเหลือง ผิวเรียบ ไม่เยิ้ม เหลว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถควบคุมการปลดปล่อยตัวยาสำคัญออกมาได้ประมาณ 3 ชั่วโมง แต่ควร มีการพัฒนาปรับปรุงสูตรตำรับดังกล่าวต่อไป เพื่อให้สามารถควบคุมการปลดปล่อยปริมาณตัวยาสำคัญได้ นานขึ้นตามต้องการ แผ่นแปะผิวหนังลิโดเคนที่ความเข้มข้นร้อยละ 5 โดยน้ำหนักของเนื้อยาง ที่เตรียมจากน้ำยางข้น โดยใช้ปิโตรเลียมเรซินเป็นสารตัวเติม และแผ่นแปะผิวหนังที่เตรียมจากน้ำยางธรรมชาติน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ไม่สามารถเสริมการติดผิวหนัง แผ่นแปะที่เตรียมได้มีลักษณะพื้นผิวเป็นรอยแตก จากผลการศึกษาด้วย เทคนิคการเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์ แผ่นแปะเปล่าให้ลักษณะของสเปกตรัมที่กว้างแสดงความเป็นอสัณฐาน ขณะที่แผ่นแปะที่มีการผสมยาลิโดเคนปรากฏลักษณะของสเปกตรัมที่แสดงความเป็นผลึกของยา จากผล การศึกษาด้วยรังสีอินฟราเรดแบบการสะท้อนสะสมทั้งหมดพบว่าไม่เกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างยากับพอลิ เมอร์ที่ใช้ สามารถวัดปริมาณยาในแผ่นแปะได้ 1.90+0.09 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร คิดเป็น ประสิทธิภาพของการกักเก็บยาของแผ่นแปะน้ำยางข้น 80.56+3.80% จากการศึกษาการปลดปล่อยยานอก กาย พบว่าแผ่นแปะปลดปล่อยยาลิโดเคนเร็วในช่วง 12 ชั่วโมงแรก อุณหภูมิในการเก็บแผ่นแปะมีผลต่อ ลักษณะของแผ่นแปะ นั่นคือ การเก็บที่อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้สีของแผ่นแปะเข้มขึ้น การเก็บที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส มีผลต่อการปลดปล่อยยาโดยเฉลี่ยลดลง สภาวะการเก็บแผ่นแปะที่เหมาะสม คือที่อุณหภูมิ ต่ำ (4 องศาเซลเซียส) มาสค์พอกหน้าชนิดลอกออกในลักษณะเป็นเพสต์โดยใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นสารก่อฟิล์ม พบว่า น้ำยางโปรตีนต่ำมีความเหมาะสมในการใช้เป็นวัตถุดิบในการเตรียมผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ การกำจัดโปรตีนก่อ แพ้ในน้ำยางธรรมชาติโดยการย่อยด้วยเอนไซม์อัลคาเลส สามารถกำจัดโปรตีนได้ถึง 83.21% สูตรตำรับที่ ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะที่ดี ประกอบด้วยน้ำยางธรรมชาติโปรตีนต่ำที่มีเนื้อยาง 14%, พอลิไวนิล ข แอลกอฮอล์ (PVA) 2% และ เมทิลเซลลูโลส (MC) 2.5% ทำหน้าที่เป็นสารก่อฟิล์ม, โพรพิลีนไกลคอล (PG) 3% และ กลีเซอรีน 1.5% ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความยืดหยุ่น ทวีน80 1.25% ทำหน้าที่เป็นสารเพิ่มความคง ตัว, พาราเบนเข้มข้น 1% ทำหน้าที่เป็นสารกันเสีย และสารออกฤทธิ์ ได้แก่ วิตามินอี 5%, ว่านหางจระเข้ 1%, น้ำมันโจโจบา 2% และ สารสกัดมะขาม 0.5% ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่เตรียมได้เป็นของเหลวหนืดสี ขาว มีค่า pH 5.69 มีความหนืด 28,100 cps มีรูปแบบการไหลแบบ pseudoplastic มีความคงตัวหลังเก็บใน ภาชนะปิดสนิทที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 เดือน และแผ่นฟิล์มซึ่งเกิดจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีความยืดหยุ่น ดี โดยพิจารณาจากค่าโมดูลัสเริ่มต้น (0.96 MPa), ความต้านทานต่อการดึง (0.208 MPa) และความสามารถใน การยืดจนขาด (105.6%) ผลิตภัณฑ์มาสค์พอกหน้าดังกล่าวทำให้เกิดอาการแดงเล็กน้อยในการทดสอบการ ก่อแพ้ต่อผิวหนังกระต่ายแต่สามารถหายได้เอง และผลการประเมินความพึงพอใจในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 50 คน พบว่ามีความพึงพอใจในระดับดี และไม่เกิดการระคายเคือง ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสามารถนำน้ำ ยางโปรตีนต่ำมาเตรียมมาสค์พอกหน้าชนิดลอกออก ที่มีสมบัติที่ดี คำสำคัญ ยางธรรมชาติ, ยางพารา, เภสัชกรรม, วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง, ฟิล์ม

คำสำคัญ

ยางพาราNatural rubberยางธรรมชาติFilmPara rubberเภสัชกรรมฟิล์มCosmetic sciencesPharmaceutical sciencesวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาแผ่นฟิล์มยางธรรมชาติให้มีแรงเสียดทานต่ำ และมีสมบัติทางชีวภาพด้วยการเคลือบด้วยอนุภาคเชิงประกอบของพอลิเมอร์และ/หรือโลหะเงิน

ประมวล ตั้งบริบูรณ์รัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

การพัฒนาวัสดุวิศวกรรมจากยางธรรมชาติ

พรศิริ แก้วประดิษฐ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

ยางธรรมชาติ: การประยุกต์ใช้เป็นสารตั้งต้นทดแทนวัตถุดิบจากปิโตรเคมี

นิธินาถ แซ่ตั้ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2557

การเตรียมฟิล์มพลาสติกชีวภาพจากพอลิเมอร์ผสมระหว่างพอลิแล็กติกแอซิคและยางธรรมชาติ

จันทิมา ดีประเสริฐกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2555

การเตรียม และสมบัติของน้ำยางพอลิยูริเทนจากยางธรรมชาติเพื่อใช้ในงานเคลือบผิวผลิตภัณฑ์จุ่มจากน้ำยางธรรมชาติ

อนุวัติ แซ่ตั้ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2554

การศึกษาวัสดุประกอบอลูมินากับยางธรรมชาติ

นุชนภา ตั้งบริบูรณ์ ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2551

การพัฒนาวัสดุผสมระหว่างยางธรรมชาติและยางคลอโรพรีนที่มีเถ้าลอยเป็นสารเติมแต่ง

อภิสิทธิ์ โฆษิตชัยยงค์ คณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2551

การศึกษาอิทธิพลของสารเชื่อมขวางวัสดุคอมพอสิตอลูมินาและยางธรรมชาติ

นุชนภา ตั้งบริบูรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2552

โครงการ การศึกษาและพัฒนายางธรรมชาติเพื่อใช้เป็นฟิล์ม backing สำหรับแผ่น ปิดที่ใช้ในการนำส่งยาทางผิวหนัง

สุภา วิรเศรษฐ์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2555

โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้ยางพาราในอุตสาหกรรมวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และสุขภาพ

ฆนัท ครุธกูล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557