การพัฒนาวัสดุปิดแผลจากธรรมชาติเพื่อการรักษาแผลเปิดเรื้อรัง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาวัสดุไบโอพอลิเมอร์ผสมที่เตรียมได้จากเซลลูโลสแบคทีเรีย เพกทินที่ และแป้งข้าวเจ้า เพื่อให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในการทำวัสดุปิดแผล หรือวัสดุสมานแผล ที่สามารถย่อยสลายได้ ไม่เป็นพิษต่อเซลล์สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า ฟิล์มไบโอพอลิเมอร์ที่เตรียมได้มีความหนาอยู่ระหว่าง 0.03 + 0.008 ถึง 0.26 + 0.009 มิลลิเมตร มีลักษณะแผ่นสีขาวใส เรียบ สม่ำเสมอ เนื้อบาง ดึงลอกได้ง่าย โดยลักษณะพื้นผิวของฟิล์มไบโอพอลิเมอร์ทุกสภาวะการทดลอง จากการวิเคราะห์ภาพโดยกล้องจุลทรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscope) มีความเป็นเนื้อเดียวกัน สัดส่วนของ เซลลูโลสจากแบคทีเรีย แป้งข้าวเจ้า เพกทิน และกลีเซอรอลที่เหมาะสมต่อการขึ้นรูปฟิล์มไบโอพอลิเมอร์ผสม คือ 20:2:3:0.4 (%w/v) มีค่า Tensile strength เท่ากับ 0.3094 + 0.0309 MPa ค่าร้อยละของการพองตัว เท่ากับ ร้อยละ 649.87 + 2.90 ความสามารถในการซึมผ่านไอน้ำ เท่ากับ 1.6358 + 0.0599 x 10-10 g/m.s.P จากการวิเคราะห์คุณลักษณะเชิงเคมีด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรด สเปกโทรมิเตอร์ (FT-IR) แสดงให้เห็นถึงการเข้ากันได้ของส่วนประกอบทั้ง 4 ชนิด ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ลักษณะผลึกของแผ่นฟิล์มไบโอพอลิเมอร์ด้วยเทคนิคเอกซ์เรย์ดิฟแฟรกชัน (XRD) เมื่อทำการทดสอบความคงตัวด้วยความร้อน พบว่าฟิล์มไบโอพอลิเมอร์สามารถสย่อยสลายได้ทั้งหมดที่ 350 องศาเซลล์เซียส และแผ่นฟิล์มพอลิเมอร์มีความสามารถในการกักเก็บยาปฏิชีวนะ ร้อยละ 64.90 นอกจากนี้ผลการทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุไบโอพอลิเมอร์ต่อการหายของแผลในหนูแรทพบว่า ของไบโอโพลิเมอร์ผสมทั้งแบบของเหลวและ แผ่นฟิล์มเจล มีความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการหายของบาดแผล โดยเฉพาะในส่วนของไบโอโพลิเมอร์ในรูปแบบของเหลว พบว่าในกลุ่มนี้ขนาดของแผลมีขนาดเล็กที่สุด มีร้อยละของพื้นที่บาดแผลเฉลี่ย เท่ากับ 7.8 + 1.4 หายสนิทตั้งแต่วันที่ 10 ของการทดลอง (P<0.05) และมีโครงสร้างของชั้นผิวหนังที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบว่า ในวันที่ 14 ของการทดลอง กลุ่มไบโอพอลิเมอร์ผสมทั้งสองรูปแบบ มีปริมาณร้อยละของปริมาณโปรตีนคอลลาเจนในเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมลบ (P<0.05)