การวิเคราะห์จีโนมของคลอโรพลาสต์ สารพฤกษเคมี พิษ และฤทธิ์ของพืชสกุล Paederia และ Morinda วงศ์เข็ม เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
Sudmoon, S., Kaewdaungdee, S., Ameamsri, U., Tanee, T., Siripiyasing, P., Wonok, W., and Chaveerach, A.* 2022. Investigation of Morinda citrifolia activities through pinoresinol and ?-EG related gene expression. Plants 11: 1985. DOI: 10.3390/plants11151985. *corresponding author. IF 4.658, Q1.สาร ?-EG พบเป็นครั้งแรกในใบและผลของยอ (Morinda citrifolia; Mc) ที่เจริญในประเทศไทยโดยการศึกษาด้วยวิธี GC-MS ในปริมาณสารสัมพัทธ์ 52.33% และ 54.12% จากนั้นจึงได้นำไปวัดปริมาณและความเข้มข้นพร้อมกับสาร pinoresinol ด้วยวิธี GC เทียบกับสารมาตรฐานจากใบ เนื้อผลดิบ เนื้อผลสุก ผลดิบและเมล็ด และ เมล็ด พบว่าสาร ?-EG และ pinoresinol ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวขาว และฤทธิ์ยับยั้งการเกิดริ้วรอย ในปริมาณและความเข้นข้นแตกต่างกัน ได้เลือกนำความเข้มข้นที่แตกต่างกัน 3 ความเข้มจากสารสกัดยอ 5 ส่วนนี้มาทดสอบการแสดงออกของยีน NHDF ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ดังที่กล่าวคือยีน COL1A1, COL1A2, และ COL3A1, FGF1 และ FGF7 ด้วยวิธี qRT-PCR ผลการวิจัยพบการแสดงออกของยีนต่าง ๆ ในระดับที่แตกต่างกันทั้งในแบบการกระตุ้นและการยับยั้ง และในความเข้มข้นที่แตกต่างกัน ผลการวิจัยเกิดขี้นนี้จะมีผลคล้ายกันเมื่อมีการทดสอบต่อไปด้วยการด้วยการเติมสารสกัดใบหม่อน (Morus alba, Ma) ซึ่งมีโปรตีน 20.48 กรัม/100 กรัมใบที่ความเข้มข้น 3.11 มก./มล. ดังนั้นส่วนต่าง ๆ ของยอจึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ได้จากชนิดของยีน และด้วยการใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นองค์ความรู้ และได้คัดเลือกผลดิบและเมล็ด และใบมาเติมสารสกัดใบหม่อนเพื่อนำมาทดสอบความเป็นพิษกับเซลล์เม็ดเลือดขาวคนชนิด peripheral blood mononuclear cells (PBMCs) ผลการทดสอบคือส่วนของยอเหล่านี้ไม่มีพิษต่อเซลล์เม็ดเลือดขาว PBMCs ทั้งในระดับเซลล์และดีเอ็นเอ จึงปลอดภัยในการนำไปใช้ประโยชน์Siripiyasing, P., Silawong, K., Chaveerach, A., Sudmoon, R. and Tanee, T. 2022. Essence supports ethnomedicinal uses of Paederia foetida, Paederia linearis and Rotheca serrata. Asian Journal of Plant Sciences. Accepted manuscript.ที่มาและวัตถุประสงค์ของการศึกษา: ตดหมา (Paederia linearis) และพังโหม (P. foetidaand rotheca) ใช้เป็นยาแผนโบราณเกี่ยวกับเรื่องเพศมาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงได้นำพืช 2 ชนิดนี้มาศึกษาเพื่อหาข้อมูลสนับสนุนการใช้ประโยชน์นี้อย่างปลอดภัยได้แก่ การศึกษาสารเคมีในพืช ตรวจสอบกลไกที่เป็นไปได้ และการทดสอบความเป็นพิษของคุณสมบัติทางยาที่หลากหลาย วัสดุและวิธีการศึกษา: ศึกษาสารเคมีด้วยวิธี GC-Ms และ HPLC ทดสอบพิษด้วยวิธีการ MTT และ comet ผลการวิจัยพบสารสำคัญคือไฟทอล และสควา-ลีนในตดหมา และ ไฟทอลในพังโหม และสารอื่น ๆ ที่พบในปริมาณปริมาณต่ำ (ในขณะที่อัคคีทวาร Rotheca serrata นั้นมีการศึกษาเรื่องสารมาก่อนนี้พบว่ามีไฟทอล และโอลีเอไมด์) และยังพบสาร L-dopa จากสารสกัดเฮกเซนของพืชทั้ง 3 ชนิด และพบสาร L-dopa ในสารสกัดน้ำมันรำข้าว ตดหมา พังโหม ในปริมาณและความเข้มข้นสูงกว่าสารสกัดเฮกเซน ผลของการทดสอบ MTT คือพืชทั้ง 3 ชนิดไม่มีพิษต่อเซลล์ แต่มีพิษต่อดีเอ็นเออย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.01) อย่างไรก็ตามเมื่อนำค่าความเข้มข้นสูงสุดของสารสกัดพืชที่ใช้ในการทดสอบมาคำนวณหาโดสที่ต้องบริโภคพบว่าไม่เป็นพิษ สรุปว่าการศึกษาเรื่องสารเคมีในพืชสามารถนำมาเป็นข้อมูลสนับสนุนการใช้พืชเหล่านี้เป็นยาสมุนไพรในประเทศไทยในรูปแบบสดที่มีสารเคมีหลายชนิดรวมทั้งการพบสาร L-dopa