การพัฒนาระบบการจัดการห้องปฏิบัติการให้ปลอดภัยตามมาตรฐาน มอก. 2677-2558 เพื่อรองรับมาตรฐานการเกษตรและอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่ตระหนักถึงความสำคัญและมีนโยบายให้การสนับสนุนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการผลิตผลงานวิชาการที่มีคุณภาพสู่การยอมรับเทียบเท่าในระดับนานาชาติ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สวพ.มก.) เป็นหน่วยงานให้บริการงานวิจัยและบริการวิชาการ รวมทั้งการปฏิบัติงานวิจัยเฉพาะทางให้กับบุคลากรทั้งภายในและนอกมหาวิทยาลัย จึงได้มีนโยบายให้เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการวิจัยในประเทศไทย (ESPReL) เพื่อให้การปฏิบัติการวิจัยเป็นไปด้วยความปลอดภัย ทั้งนักวิจัยผู้ปฏิบัติงาน ผู้มาขอรับบริการ รวมถึงการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมีห้องปฏิบัติการจากหลายหน่วยงานในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการดังกล่าวเช่นเดียวกัน ฝ่ายเครื่องมือและวิจัยทางวิทยาศาสตร์สวพ.มก. ได้เข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 และมีการดำเนินการพัฒนาห้องปฏิบัติการมาอย่างเป็นลำดับ ทั้งนี้ห้องปฏิบัติการเคมีและสิ่งแวดล้อมยังได้รับรางวัลห้องปฏิบัติการดีเด่นในการยกระดับความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ จากสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคกลาง ดังนั้นห้องปฏิบัติการของฝ่ายเครื่องมือและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สวพ.มก. จึงมีความพร้อมในการพัฒนาเป็นห้องปฏิบัติการปลอดภัยระดับมาตรฐาน มอก.2677-2558 และเพื่อเป็นตัวอย่างและเป็นที่ศึกษาเรียนรู้การจัดการระบบห้องปฏิบัติการปลอดภัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยเครือข่ายในภูมิภาค สร้างความตื่นตัวและเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาและยกระดับห้องปฏิบัติการให้มีมาตรฐานต่อไปตามพันธกิจของ วช. ในการพัฒนามาตรฐานการวิจัยเพื่อสนับสนุนดำเนินงานวิจัยให้เป็นไปตามมาตรฐาน อีกทั้งยังสามารถผลิตและสนับสนุนงานวิจัย และยกระดับผลงานวิชาการสู่การตีพิมพ์ที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าระดับนานาชาติและเป็นประโยชน์กับการบริหารการจัดสรรทุนวิจัยในอนาคตด้วย