กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
กัญชา เป็นพืชในตระกูล Cannabaceae ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า Cannabis, Genja, Marijuana โดยมีส่วนประกอบของสารกลุ่ม Cannabinoidsมากกว่า 60 ชนิด ซึ่ง (-)-?9-tetrahydrocannabinol (THC) เป็นสารสำคัญที่มีผลต่อการกระตุ้นระบบประสาท (psychoactive compound) เมื่อบริโภคกัญชาเข้าสู่ร่างการนั้นสาระสำคัญจะถูกทำลายที่ตับจะเปลี่ยนสาระสำคัญให้ได้เป็นสารเมตาบอไลต์หลายชนิดเช่น 11-Nor- ?9-tetrahydrocannabinol-carboxy (THC-COOH) ซึ่งสามารถตรวจพบได้ในสิ่งส่งตรวจเช่น ปัสสาวะและเลือด เป็นต้นในประเทศไทยพืชกัญชาจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนาในทางการแพทย์ได้ ถึงแม้ว่ากัญชาจะมีคุณประโยชน์ แต่กัญชาก็ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในผู้ที่ในทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งผลกระทบต่อทางด้านสุขภาพและสังคม เช่น ผลต่อสติปัญญา (Cognitive functioning) ทำให้เกิดความผิดปกติของสมาธิ ความสนใจ ความจำ ผลต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น อักเสบของทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ ผลต่อการเกิดอาการติดยา (dependence syndrome) ทำให้เกิดอาการติดยาเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานผลต่อจิต ส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจ (Schizophrenia) ผลต่อทารกในครรภ์ โดยการใช้กัญชาในผู้หญิงตั้งครรภ์มีผลทำให้เกิดความผิดปกติในการพัฒนาตัวอ่อนรวมทั้งน้ำหนักแรกเกิดลดลง ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในการตรวจสอบสารประกอบ THC อยู่ เนื่องจากวิธีดั้งเดิมที่ใช้ในการตรวจสอบนั้น สารเคมีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นสารอันตรายเครื่องมือที่ใช้มีความซับซ้อนต้องใช้นักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะในการตรวจหาสาร อีกทั้ง เครื่องมือมีราคาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่สูง แต่อย่างไรก็ตามยังมี แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีทางเลือกคือ การตรวจสอบโดยใช้เทคนิค Immunoassay เช่น ชุดตรวจสอบแบบLateral flow test stripและ เทคนิค Enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA)ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย อีกทั้งยังมีความไว (Sensitivity) และความจำเพาะ (Specificity) ในการตรวจวัดสารที่ต้องการอีกด้วยดังนั้นในงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาโมโนโคลนอลแอนติบอดีจากพืชที่จำเพาะเจาะจงต่อสาร THCเพื่อใช้ในการทดสอบหาสารนี้ในกัญชา ในงานวิจัยนี้ จึงทำการผลิตโมโนโคลอนแอนติบอดีจากพืชด้วยเทคนิค transient expression โดยสามารถผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีจากพืชที่จำเพาะเจาะจงต่อสาร THC หลังจากส่งถ่ายยีนเป็นระยะเวลา 4-6 วัน หลังจากทำให้โมโนโคลนอลแอนติบอดีบริสุทธิ์ด้วย protein A affinity chromatogrpahy แล้ว จึงทำการทดสอบลักษณะของโมโนโคลนอลแอนติอดี โดยพบกว่าแอนติบอดีนี้สามารถจับกับสาร THC ของต้นกัญชาได้อย่างจำเพาะเจาะจง ในขั้นตอนต่อไป จะทำการทดสอบความจำเพาะเจาะจงของโมโนโคลนอลแอนติบอดีนี้ โดยนำไปทดสอบการจับกับสารอื่นๆของกัญชาต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
สามารถพัฒนาโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อสารประกอบ(-)-? 9-tetrahydrocannabinol (THC) จากพืชที่มีความสามารถในการนำไปใช้เป็นชุดตรวจสาร THC จากกัญชาได้
ในปัจจุบัน มีต้นแบบโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ผลิตจากพืชที่มีผลการทดสอบประสิทธิภาพในเซลล์และในสัตว์ทดลองแล้ว เช่น โมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อไวรัสพิษสุนัขบ้า โมโนโคลนอลแอนติบอดีสำหรับรักษามะเร็ง เป็นต้น ดังนั้น จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในห้องปฏิบัติการแล้ว แต่ยังไม่เคยพัฒนาโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อสารประกอบ (-)-? 9-tetrahydrocannabinol (THC)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อสารประกอบ THC เพื่อพัฒนาชุดทดสอบ เป็นการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่จะได้รับการตรวจสอบจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ตำรวจนำไปใช้ในการตรวจสอบตัวอย่างผู้ต้องสงสัยที่ใช้ยาเสพติด เป็นต้น
สังคมตระหนักถึงปัญหาของ THC ที่ยังจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและพบในกัญชา มีการแอบเสพโดยทั่วไปซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมได้ มีการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้วยการพยายามปรับปรุงกฎหมาย เช่น การเสนอให้กัญชงที่มีปริมาณสาร THC ต่ำกว่า 1% ไม่เป็นยาเสพติด อย่างไรก็ตามยังต้องมีวิธีการตรวจสอบปริมาณสาร THC ว่าต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่ด้วย