ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Technology Center: UTC) ได้ก่อตั้งขึ้นภายใต้พันธกิจที่ท้าท้ายในการที่จะเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมจากงานวิจัยเทคโนโลยีเชิงลึกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่าย เพื่อแก้ปัญหาที่ท้าท้ายของประเทศ โดยเริ่มต้นจากเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานแผน C2F จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย UTC เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของกระบวนการพัฒนานวัตกรรมจากงานวิจัยเพื่อไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ หรือสังคม จุดเด่นของ UTC คือการทำงานแบบข้ามศาสตร์ ระหว่างผู้พัฒนา ผู้ใช้ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง (Domain expert) และภาคธุรกิจ โดยมีกระบวนการทำงานที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนไปตามประเภทของเทคโนโลยี และตลาด แต่หนักแน่นและมุ่งมั่นกับเป้าหมายในการผลักดันนวัตกรรมตั้งแต่ขั้นตอนพัฒนางานวิจัยในห้องปฏิบัติการ และการนำงานผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด โดยทาง UTC มีกระบวนการบ่มเพาะนวัตกรรมที่เข้มข้น ประกอบด้วยขั้นตอนการคัดเลือกงานเข้ามา ซึ่งได้นำกระบวนการบริหารโครงการแบบ Stage-gate process โดยจะทำการคัดแยกประเภทของโครงการ ตามลักษณะบุคลิกของนักวิจัย (User persona) เป้าหมายของนักวิจัย ประเภทของเทคโนโลยี และตลาด จากนั้นจะนำข้อมูลต่างๆ มาบูรณาการและตั้งเป็นเป้าหมายและวิธีการปฏิบัติร่วมกัน โดยจะต้องมีการ Check-in อย่างสม่ำเสมอระหว่างนักวิจัย และ UTC โดยตลอดขั้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่ของ UTC ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยประกบติดกับงานนั้นๆอยู่ตลอด นอกจากนี้ UTC ทำงานใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ เทคโนโลยี หรือทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเชิญมาเป็นพี่เลี้ยง ที่จะคอยให้คำแนะนำและตรวจสอบ ในองค์ประกอบต่างๆ ของการพัฒนานวัตกรรม ในแต่ละขั้นตอน โดยก่อนจะผ่านไปแต่ละขั้นตอนจะมีประตูที่คอยตรวจสอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ การพัฒนา เทคโนโลยี การพัฒนาธุรกิจ การศึกษาการยอมรับและการนำไปใช้งานจริงในสาขาเฉพาะเช่นทางการแพทย์ กฎหมาย ทรัพย์สินทาง ปัญญา เป็นต้น นอกจากนี้ ในโครงการฯ ยังมีการนำรูปแบบการบริหารจัดการแบบสตาร์ทอัพ เช่น Scrum และ Sprint มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อให้การขับเคลื่อนไปเป็นได้อย่างรวดเร็ว และแพลตฟอร์มมี ศักยภาพในการดึงดูดพันธมิตรต่างๆทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่มีความสนใจอยากจะร่วมพัฒนาและต้องการ นำนวัตกรรมไปใช้งานจริงรวมถึงอยากจะมาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้น จึงก่อให้เกิดเป็นระบบนิเวศนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบนิเวศที่สนับสนุนและเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างนวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เงินลงทุน สภาพแวดล้อม เครือข่าย กลุ่มคน ข้อกฎหมาย หรือพื้นที่ทดลองเสมือนจริง (Sandbox) เป็นต้น นอกจากนี้เนื่องจากงานนวัตกรรมเป็นสิ่งใหม่ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ทำให้กฎระเบียบบางอย่างอาจจะยังไม่สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้เอง UTC ได้เข้าไปทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่กำกับดูแลกฎระเบียบต่างๆเพื่อช่วยในการให้ความคิดเห็นในการร่างกฎระเบียบต่างๆ เช่น องค์กรอาหารและยา เป็นต้น ดังนั้น UTC จึงเข้ามาทำหน้าที่เปรียบเสมือนแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกส่วนให้มาทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน