การพัฒนาวัสดุผสมซีเมนต์-พอลิเมอร์เพื่อเพิ่มสมบัติเชิงกลในงานซีเมนต์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาระบบผสมระหว่างพอร์ท-แลนด์ซีเมนต์แบบธรรมดาและอีพ็อกซีเรซิน โดยที่ระบบอีพ็อกซี (epotec YD128) ใช้ตัวเชื่อมแข็งที่สามารถละลายน้ำได้ทั้งหมด 2 ชนิด คือ epotec THW4502 และ epotec THW4504 และมีระดับการแทนที่ของอีพ็อกซี 10-40 wt% ชิ้นงานตัวอย่างที่ได้มีขนาด 50?50?50 มม.3 ถูกบ่มเป็นระยะเวลา 7, 14, 28 และ 60 วัน ในการศึกษาระยะเวลาการก่อตัวเริ่มต้นจะถูกทดสอบด้วยเครื่องมือไวแคต พบว่าระบบผสมระหว่างพอร์ทแลนด์ซีเมนต์แบบธรรมดาและอีพ็อกซีเรซิน โดยที่ระบบอีพ็อกซีใช้ตัวเชื่อมแข็งชนิด THW4502 มีระยะเวลาการก่อตัวเริ่มต้นที่มากกว่าระบบอีพ็อกซีใช้ตัวเชื่อมแข็งชนิด THW4504 จากการทดสอบความต้านทานต่อแรงกดอัด พบว่าระบบผสมระหว่างพอร์ทแลนด์ซีเมนต์แบบธรรมดาและอีพ็อกซีเรซิน โดยที่ระบบอีพ็อกซีใช้ตัวเชื่อมแข็งชนิด THW4504 ในระดับการแทนที่ 40 wt% มีค่าความต้านทานต่อแรงกดอัดมากที่สุด เป็นผลมาจากคุณสมบัติด้านความเหนียวของพอลิเมอร์ ลักษณะสัณฐานวิทยาของชิ้นงานถูกศึกษาด้วยเทคนิค SEM พบว่าระบบผสมระหว่างพอร์ทแลนด์ซีเมนต์แบบธรรมดาและอีพ็อกซีเรซิน โดยที่ระบบอีพ็อกซีใช้ตัวเชื่อมแข็งชนิด THW4502 พอลิเมอร์จะประพฤติตัวเป็นเม็ดกลม และแยกตัวกับระบบซีเมนต์ ส่งผลให้มีค่าความต้านทานแรงกดอัดต่ำ การศึกษาเฟสที่ปรากฏในชิ้นงานใช้เทคนิค XRD พบว่าระบบผสมระหว่างพอร์ทแลนด์ซีเมนต์แบบธรรมดาและอีพ็อกซีเรซิน โดยที่ระบบอีพ็อกซีใช้ตัวเชื่อมแข็งชนิด THW4502 ส่งผลให้มีการเกิดไฮเดรชั่น แต่อีพ็อกซีที่ใช้ตัวเชื่อมแข็งชนิด THW4504 ส่งผลให้การเกิดไฮเดรชั่นน้อยลง