การพัฒนาระบบผนังหล่ออินฟิลวอลล์สำหรับภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ศึกษาประสิทธิภาพโครงสร้างภายใต้แรงกระทำร่วมคือแรงอัดแนวแกนและแรงดัดของ ระบบผนังคอมโพสิตแบบผสม (UWall) มีการพัฒนาออกแบบที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก โดยผนังคอมโพสิตแบบผสมนี้ประกอบไปด้วย วัสดุประกบบนล่างทำมาจากแผ่นวัสดุประเภทซีเมนต์บอรด์ และแกนกลางซึ่งเป็นวัสดุมวลเบาทำจากโฟม โพรียูรีเทน (EPS) เป็นลักษณะวอลลเฟิลกริด (Waffle grid) แทรก อยู่ระหว่างคอนกรีตมวลเบาผสมเม็ดโฟม (Light-weight foamed concrete) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการทนไฟและ สามารถต้านทานแผ่นดินไหวขนาดกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพของการรับแรงเพื่อศึกษาพฤติกรรมของโครงสร้างของผนังมี ความหนา 100 มม. ประกอบไปด้วยแผ่นซีเมนต์บอรด์มีความหนา 8 มม. และแกนกลาง 84 มม. เป็นวัสดุโฟม โพรียูรีเทน (EPS) มีการจัดเรียงเป็นลักษณะวอลลเฟิลกริด (Waffle grid) แทรกอยู่ระหว่างคอนกรีตมวลเบาผสม เม็ดโฟม (Light-weight foamed concrete) และทดสอบภายใต้แรงกระทำร่วมตามแนวแกนและแรงดัด ผลการ ทดสอบพบว่าผนังคอมโพสิตต้นแบบนี้ มีความสามารถใช้เป้ นผนังรับแรงอัดตามแนวแกนได้สูงสุด 130 kN/m และรับโมเมนต์สูงสุด 4.8 kN-m/m และพบว่ากาวที่ใช้ในการประกอบผนังมีประสิทธิภาพในการถ่ายโอนแรง เฉือนและมีประสิทธิภาพรับแรงกระทำร่วมจากแนวแกนและแรงดัดได้ การพัฒนาแผนภูมิที่ใช้ในการออกแบบในช่วงอิลาสติกและสมมติให้ผนังมีพฤติกรรมเป็นแบบคอม โพสิตตลอดในภาวะใช้งาน กำหนดตัวคูณลดกำลัง (?) เท่ากับ 0.5 โดยแผนภูมินี้พัฒนามาจากการทดสอบ ภายใต้แรงอัดตามแนงแกนและแรงดัดสำหรับผนังต้นแบบที่ความสูง 2400 มม. จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าผนังคอมโพสิตที่พัฒนาขึ้นใหม่สามารถใช้เป็นผนังทางเลือกสำหรับ ภาคอุสาหกรรมก่อสร้างในประเทศไทย ซึ่งผนังต้นแบบนี้สามารถค่าใช้จ่ายวัสดุ แรงงาน เวลาในการก่อสร้าง และ ประหยัดพลังงานสำหรับการก่อสร้างอาคารในประเทศไทย