การปรับปรุงลักษณะการไหลของหน่วยคัดแยกสิ่งปนเปื้อนในกระบวนการผลิตมันสำปะหลังเส้น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อภาษาไทย ไซโคลนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรมเพื่อใช้ส าหรับการแยกสิ่งปนเปื้อน หรือฝุ่นละอองออกจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยการอาศัยแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่เกิดขึ้นจากความเร็ว ของอากาศที่ไหลเข้าสู่ไซโคลน ซึ่งงานวิจัยเกี่ยวกับไซโคลนนั้นได้ถูกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ จะเป็นการศึกษาพฤติกรรมการไหลภายในไซโคลนเพื่อน าไปสู่การปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประกอบกับปัญหาในปัจจุบันของอุตสาหกรรมมันเส้นที่ประสบกับปัญหาจากการปนเปื้อนของฝุ่น ในมันเส้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส าคัญที่ส่งผลต่อราคาในการขายหรือส่งออก ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะปรับปรุง ระบบคัดแยกผงแป้งและฝุ่นออกจากมันส าปะหลังให้ท างานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่า ของมันเส้น ดังนั้นงานวิจัยนี้จะมุ่งเน้นท าการศึกษาลักษณะการไหลภายในไซโคลนเพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการคัดแยกมันเส้นด้วยการศึกษาเชิงตัวเลขการไหลในไซโคลนและสร้างแบบจ าลองชิ้นงานส าหรับ ใช้ในการศึกษาด้วยการทดสอบจริง จากผลการศึกษาเชิงตัวเลขการไหลในไซโคลนด้วยการประยุกต์ใช้กระบวนการทางพลศาสตร์ ของไหลเชิงค านณ โดยจ าลองการไหลในไซโคลนแบบ 3 มิติ โดยใช้ลักษณะของไซโคลนและเงื่อนไข ขอบเขตตามที่ระบุในงานวิจัยของ Wang et al. (2006) พบว่าสมการจ าลองความปั่นป่วน Reynolds Stress Model (RSM) ให้ผลการค านวณของลักษณะการกระจายตัวของความเร็วภายในไซโคลนใกล้เคียง กับผลการทดลองมากที่สุด ดังนั้นแบบจ าลองความปั่นป่วนนี้ถูกน าไปใช้ในการศึกษาผลกระทบของ ต าแหน่งทางเข้าของอากาศที่ไหลเข้าไซโคลนต่อลักษณะการไหลภายในไซโคลน ผลการค านวณแสดง ให้เห็นว่าต าแหน่งทางเข้าของอากาศที่ติดตั้งด้านบนสุดของทรงกระบอก (Barrel portion) จะช่วย ก่อให้เกิดลักษณะการไหลภายในไซโคลนที่สามารถคัดแยกสิ่งปนเปื้อนที่แขวนลอยอยู่ในอากาศได้ เป็นอย่างดี แบบจ าลองชิ้นงานของไซโคลนตามลักษณะที่ได้ท าการศึกษาด้วยระเบียบวิธีเชิงตัวเลขถูกจัดสร้าง ขึ้นเพื่อทดสอบการคัดแยกสิ่งปนปื้อนที่ปะปนอยู่ในมันเส้นขนาดต่าง ๆ ผลการทดลองพบว่าความเร็วของ อากาศที่เพิ่มขึ้นท าให้ความสามารถในการคัดแยกสิ่งปนเปื้อนมีมากขึ้น และความเร็วของอากาศที่ ท่อทางเข้าไซโคลนที่ 16 เมตร/วินาที เหมาะสมส าหรับการคัดแยกสิ่งปนเปื้อนในเศษมันเส้นขนาด 2.36-4.75 มิลลิเมตร ได้ดีที่สุด ซึ่งสามารถคัดแยกสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กออกจากมันเส้นได้ถึง 49.55 เปอร์เซ็นต์ และความเร็วลมที่ท่อทางเข้าไซโคลนที่ 14 เมตร/วินาที เหมาะสมต่อการคัดแยก สิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กออกจากเศษมันเส้นขนาด 0.212-2.36 มิลลิเมตร ได้ดีที่สุด ซึ่งสามารถคัดแยก สิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กออกจากมันเส้นได้ถึง 83.15 เปอร์เซ็นต