รูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เพื่อสร้างรูปแบบและเพื่อยืนยันรูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อรูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนล่าง กลุ่มตัวอย่าง คือ ตัวแทนของประชาชนในหมู่บ้านต้นแบบประชาธิปไตยดีเด่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์) จำนวน 8 หมู่บ้าน จำนวน 350 คน โดยใช้สูตรคำนวณของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ระยะที่ 2 เป็นการสร้างรูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง สถิติที่ใช้ได้แก่ การวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง (Structural Equation Modeling : SEM) โดยโปรแกรมลิสเรล (LISREL) และสหสัมพันธ์เพียร์สัน ระยะที่ 3 เป็นการยืนยันรูปแบบที่สร้างขึ้นจากระยะที่ 2 ด้วยการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบยืนยัน โดยการตรวจสอบยืนยัน“Expert Verify” จำนวน 30 คน เพื่อยืนยันรูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ผลการวิจัย พบว่า 1. ปัจจัยที่มีผลต่อรูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเรียงลำดับค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลจากมากไปหาน้อย คือ ปัจจัยด้านพฤติกรรมประชาธิปไตย (ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.30) ปัจจัยด้านอุดมการณ์ประชาธิปไตย (ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.21) ปัจจัยด้านความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย (ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.20) ปัจจัยด้านทัศนคติต่อประชาธิปไตย (ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.12) ปัจจัยด้านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมจากโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา(ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.14) ปัจจัยด้านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมจากบ้านหรือครอบครัวที่มีอิทธิพลทางอ้อม (ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.07) และปัจจัยด้านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมจากสถาบันของรัฐ (มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลเท่ากับ 0.04) ประกอบปัจจัยด้านกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมจากวัดหรือสถาบันศาสนา ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้มีผลต่อรูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. รูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ การพัฒนาด้านพฤติกรรมประชาธิปไตย การพัฒนาด้านอุดมการณ์ประชาธิปไตย การพัฒนาด้านทัศนคติต่อประชาธิปไตย การพัฒนากระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมโดยโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา การพัฒนาด้านความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย การพัฒนากระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมโดยราชการหรือสถาบันของรัฐ การพัฒนากระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมโดยบ้านหรือครอบครัว และการพัฒนากระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมโดยวัดหรือสถาบันศาสนา 3. รูปแบบการกล่อมเกลาทางสังคมสู่วิถีความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่ผ่านการประเมินความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมปัจจัยทั้ง 8 ด้าน มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3.51 -5.00 ประกอบด้วยคุณลักษณะทั้งหมด 38 คุณลักษณะรูปแบบ ผ่านการพิจารณาจำนวน 33 คุณลักษณะในรูปแบบการพัฒนา