Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การศึกษาความเป็นไปได้ของการผลิตถ่านชีวภาพจากเศษเหลือทิ้งข้าวโพดด้วยกระบวนไพโรไลซิสแบบช้าสาหรับกักเก็บคาร์บอนและปรับปรุงดิน

วีระ พันอินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

เศษวัสดุเหลือทิ้งข้าวโพดถูกไพโรไลซิสกลายเป็นถ่านชีวภาพที่อุณหภูมิ 400 องศาเซลเซียส, อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิ 600 องศาเซลเซียส เพื่อตรวจสอบผลกระทบต่อลักษณะและองค์ประกอบทางเคมีของถ่านชีวภาพ เมื่ออุณหภูมิไพโรไลซิสเพิ่มขึ้น ปริมาณเถ้า ค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่าการนำไฟฟ้า ปริมาณคาร์บอนคงตัวและปริมาณของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โฟแทสเซียม และแคลเซียม มีค่าเพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตราการเกิดเป็นถ่านชีวภาพ ความไม่เสถียรของอินทรีย์คาร์บอน และการทำงานที่เป็นกรดลดลง การวิเคราะห์ลักษณะโครงสร้างของถ่านชีวภาพจากภาพถ่ายกำลังขยาย 500 เท่าด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดพบว่าขนาดของรูพรุนของถ่านชีวภาพที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามอุณหภูมิไพโรไลซิสที่สูงขึ้น เนื่องจากกระบวนการไพโรไลซิสทำให้เกิดการทำลายสารประกอบบางชนิดในซังข้าวโพด เช่น เซลลูโลส ทำให้ซังข้าวโพดถูกทำลายด้วยความร้อนเช่นเดียวกับการเผาไหม้ของวัสดุอินทรีย์สารที่มีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น และรูพรุนของถ่านชีวภาพมีลักษณะคล้ายกับรังผึ้งซึ่งสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชได้ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติถ่านชีวภาพที่อุณหภูมิไพโรไลซิส 400 องศาเซลเซียส มีศักยภาพกักเก็บคาร์บอนได้สูงกว่าถ่านชีวภาพที่อุณหภูมิไพโรไลซิส 500 องศาเซลเซียส และ 600 องศาเซลเซียส เมื่อถูกนำไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงโครงสร้างและคุณภาพดิน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของกระบวนการผลิตถ่านชีวภาพด้วยกระบวนการไพโรไลซิสแบบช้าคือฝุ่นละอองประมาณ 16 กิโลกรัมต่อปี ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 0.07 กิโลกรัมต่อปี และคาร์บอนมอนอกไซด์ประมาณ 159 กิโลกรัมต่อปี ดังนั้นจากผลการประเมินพบว่าถ่านชีวภาพเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการแก้ปัญหาเศษวัสดุเหลือทิ้งข้าวโพดทางการเกษตรและปัญหาภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโลกรวมทั้งช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของท้องถิ่นด้วย

คำสำคัญ

Biocharถ่านชีวภาพSlow Pyrolysis ProcessWaste Corn Cobกระบวนการไพโรไลซิสแบบช้าวัสดุเหลือทิ้งข้าวโพด

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตถ่านชีวภาพจากของเหลือทิ้งเพื่อใช้ในการกำจัดสารเคมีจากยาปราบศัตรูพืชในแปลงพืชผักสวนครัว

นรานันท์ ขำมณี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การศึกษาการผลิตเชื้อเพลิงถ่านชีวภาพจากใบอ้อยด้วยกระบวนการย่อยสลายด้วยความร้อนชื้น (Hydrothermal Carbonization) สำหรับชุมชนขนาดเล็ก

ชัชรินทร์ ศักดิ์กำปัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2563

การวิเคราะห์อัตราส่วนผสมของเศษวัสดุที่เหลือจากการเกษตรที่ส่งผลต่อค่าพลังงานความร้อนและระยะเผาไหม้ในการทำถ่านชีวมวล.

ปิยณัฐ โตอ่อน มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2561

การปรับปรุงดินกรดด้วยเถ้าถ่านจากโรงงานไฟฟ้าชีวมวลเพื่อปลูกข้าวโพดฝักอ่อน

อิสริยาภรณ์ ดำรงรักษ์ พ.ศ. 2562

ศึกษาการใช้ถ่านเพื่อการกักเก็บคาร์บอนในดิน ลดการปลดปล่อยก๊าซมีเทน และผลผลิตข้าว แบบเกษตรกรมีส่วนร่วม : กรณีศึกษา จังหวัดนครพนม

เสาวคนธ์ เหมวงษ์ มหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ. 2558

ผลของการใช้ถ่านชีวภาพจากแกลบต่อสภาพการละลายของจุลธาตุอาหารพืชและการเจริญเติบโตของข้าวที่ปลูกในดินเนื้อปูน

วรชาติ วิศวพิพัฒน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2560

New correlations for coal and biomass pyrolysis performances with coal-biomass type number and temperature

พ.ศ. 2557

ถ่านชีวภาพ: ผลต่อคุณสมบัติของดินและการเจริญเติบโตของข้าวนาหว่านน้ำตม (การทดสอบในสภาพกระถาง)

จาวภา มะนาวนอก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนของถ่านชีวมวลอัดขึ้นรูป

ชาญ ราชวงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2556

การประเมินวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิตถ่านชีวมวล

วีรชัย อาจหาญ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2553