กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำทิ้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบเป็นพลังงานทดแทนที่มีความคุ้มค่า ทางเศรษฐศาสตร์และสังคมของโรงงานอุตสาหกรรมสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้เกิดการติดตั้งและใช้ ประโยชน์จากก๊ซชีวภาพจำนวนมาก ทำให้เกิดการค้นพบปัญหาของระบบผลิตก๊าซชีวภาพในระดับ เชิงพาณิชย์ ที่ไม่เคยพบในระดับห้องปฏิบัติการมาก่อน เช่น ความไม่เสถียรของระบบ ผลผลิตมีเทน ต่ำ การเกิดโฟม อัตราการย่อยสลายของจุสินทรีย์เกิดขึ้นช้า ส่งผลให้เกิดการสูญเสียผลผลิตก๊ช ชีวภาพ และสูญเสียรายได้จากผลผลิตก๊ซชีวภาพจำนวนมาก เนื่องจากขาดเครื่องมือในการประเมิน ระบบผลิตก๊ซชีวภาพเพื่อใช้ในการดูแลและดำเนินระบบของผู้ดูแลระบบ งานวิจัยนี้ได้การพัฒนา เครื่องมือประเมินความไม่เสถียรของระบบผลิตก๊ซชีวภาพเชิงพาณิชย์จากน้ำเสียอุตสาหกรรมปาล์ม น้ำมัน จากผลการสำรวจระบบผลิตก๊าซส่วนใหญ่มีการสูญเสียผลผลิตร้อยละ 20-40 จากการย่อย สลายในบ่อปรับลดอุณหภูมิ สาเหตุของปัญหาความไม่เสถี่ยรและการล่มที่เป็นผลมาจากองค์ประกอบ ของน้ำทิ้งโรงงนสกัดน้ำมันปาล์มดิบ องค์ประกอบของจุลินทรีย์ในระบบ การดำเนินระบบของผู้ ควบคุม มีผลต่อปัญหาความไม่เสถียรและการล่มของระบบผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำทิ้งโรงงานสกัด น้ำมันปาล์มดิบ การทดสอบกิจกรรมการผลิตมีเทนของตะกอน (SMA) ที่มีค่าสูงจะสัมพันธ์กับระบบ ผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำทิ้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มติบที่ดี และสามารถใช้ประเมินจำนวนจุลินทรีย์ผลิต มีเทนและการสะสมของแข็งในระบบผลิตก๊ขชีวภาพได้ การวิเคราะห์จุลินทรีย์บ่งชี้ประสิทธิภาพการ ทำงานของระบบผลิตก๊ซชีวภาพ ด้วยเทคนิคทางชีวโมเลกุล (DGGE) พบว่าการลดลงของอาเคียร์ Methanosarcina Methanosceta และ Methanobacteria มีผลต่อปัญหาความไม่เสถียรและ การล่มของระบบผลิตก๊ซชีวภาพ ดังนั้นจุลินทรีย์บ่งชี้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบผลิตก๊ซ ชีวภาพจากน้ำทิ้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่ดี ได้แก่ Methanosaeta Methanosarcina และ Methanobacterio