ลักษณะทางกายภาพของถ่านแกลบ และถ่านยูคาลิปตัส และผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินผสม การเจริญเติบโต ผลผลิต และคุณภาพของเมล่อนที่ปลูกในระบบโรงเรือน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เมล่อนเป็นผลไม้ที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรในการปลูกแต่มีปัญหาโรคและแมลงทำให้หันมาปลูกในระบบโรงเรือนซึ่งต้องใช้วัสดุปลูกที่เหมาะสมและต้นทุนต่ำ ถ่านเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจมีคุณสมบัติทั้งทางกายภาพและทางเคมีที่เหมาะสมในการใช้เป็นวัสดุปลูกพืช งานวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะทางกายภาพของถ่านแกลบ และถ่านยูคาลิปตัสที่มีผลต่อคุณสมบัติทางเคมี การเจริญเติบโตและผลผลิตของเมล่อนที่ปลูกในระบบโรงเรือน 2) เพื่อศึกษาสัดส่วนดินผสมของถ่านแกลบ และถ่านยูคาลิปตัสที่เหมาะสม และ 3) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการใช้ถ่านแก่เกษตรกร โดยศึกษาภายใต้สภาพโรงเรือนทดลอง วางแผนการทดลองแบบ CRD จำนวน 4 ซ้ำ ประกอบด้วย 7 กรรมวิธีของอัตราส่วนของดินผสมระหว่าง ดิน:ขุยมะพร้าว:ถ่าน (ถ่านแกลบหรือถ่านยูคาลิปตัส) ได้แก่ 1) 1:1::1 แกลบดิบ 2) 1:1:0.5 ถ่านแกลบ 3) 1:1:1 ถ่านแกลบ 4) 0:0:1 ถ่านแกลบ 5) 1:1:0.5ถ่านยูคาลิปตัส 6) 1:1:1 ถ่านยูคาลิปตัส และ 7) 0:0:1 ถ่านยูคาลิปตัส ผลการศึกษา พบว่า ถ่านยูคาลิปตัสมีรูพรุนขนาดใหญ่สูงกว่าถ่านแกลบ เนื่องจากเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงกว่า (350 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีผลทำให้เพิ่มปริมาตรรูพรุน และพื้นที่ผิวของถ่าน รวมทั้งทำให้เกิดรูพรุนขนาดเล็ก การผลิตถ่านโดยอุณหภูมิที่แตกต่างกันส่งผลทำให้คุณสมบัติทางเคมีแตกต่างกันด้วยโดยถ่านยูคาลิปตัสมีค่า pH EC ปริมาณฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม รวมทั้งค่า C/N ratio สูงกว่าถ่านแกลบส่งผลให้การใช้ถ่านยูคาลิปตัสอย่างเดียวเป็นวัสดุปลูกมีผลต่อการเจริญเติบโต ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตเมล่อนต่ำกว่าการใช้ถ่านแกลบ ถ่านที่เหมาะสมในการใช้เป็นวัสดุปลูกเมล่อนที่สุดในการศึกษาครั้งนี้ คือ ถ่านแกลบ โดยใช้อัตราส่วนดิน:ขุยมะพร้าว:ถ่านแกลบ 1:1:0.5 การใส่ถ่านแกลบ หรือถ่านยูคาลิปตัสในดินผสมเพื่อปลูกเมล่อนในระบบโรงเรือนควรคำนึงถึงวัสดุอินทรีย์ที่ผสมร่วมเน้นวัสดุอินทรีย์ที่มีค่า C/N ratio ต่ำ เพราะจะช่วยเพิ่มความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารมากขึ้น อย่างไรก็ตามทั้งถ่านแกลบและถ่านยูคาลิปตัสมีคุณสมบัติโดยเฉพาะทางกายภาพที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพของดิน เช่น ความพรุน การเติมอากาศ และการดูดซับความชื้นได้ดี