กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
1,4 ไดออกเซนและไตรคลอโรเอทิลีนเป็นสารก่อมะเร็งที่มักพบปนเปื้อนในน้าใต้ดิน การปนเปื้อนของสารเคมีเหล่านี ในแหล่งน้าใต้ดินที่เป็นน้าดื่มเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชน งานวิจัยนี มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบพลาสมาดิสชาร์จและทดสอบการบ้าบัด 1,4 ไดออกเซนและไตรคลอโรเอทิลีนในน้า ระบบพลาสมาดิสชาร์จอาศัยการส่งกระแสไฟฟ้าความต่างศักย์สูงระหว่างขั วอิเล็กโทรดสองขั วที่ส่งผลให้ไอน้าแตกตัวกลายเป็นพลาสมา การก้าเนิดพลาสมาในรูปแบบดังกล่าวก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระและอัลตราไวโอเล็ตซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เอื อให้เกิดกระบวนการออกซิเดชันขั นสูงเพื่อใช้ก้าจัดสารอินทรีย์ ในงานวิจัยนี ผู้วิจัยได้พัฒนาระบบพลาสมาดิสชาร์จซึ่งประกอบไปด้วยส่วนก้าเนิดไฟฟ้า ขั วไฟฟ้าจากทังสเตน และถังปฏิกิริยาทรงลูกบาศก์ขนาด 1 ลิตร ที่สามารถใช้กับไฟฟ้าขนาด 220 โวลต์ 50 เฮิร์ตซ์ จากการทดสอบการก้าเนิดพลาสมาในน้าเปล่าพบว่าระบบพลาสมาดิสชาร์จสามารถก้าเนิดพลาสมาได้เมื่อมีระยะห่างจากปลายขั วอาโนดไปยังผิวน้าเท่ากับ 5 มิลลิเมตรในสภาวะที่ไม่เติมอากาศที่ทุกก้าลังไฟฟ้า และสามารถก้าเนิดพลาสมาได้เมื่อมีระยะห่างจากปลายขั วอาโนดไปยังผิวน้าเท่ากับ 10 ถึง 5 มิลลิเมตรในสภาวะที่เติมอากาศที่ทุกก้าลังไฟฟ้า จากการทดสอบบ้าบัด 1,4 ไดออกเซนและไตรคลอโรเอทิลีนในน้าพบว่าระบบพลาสมาดิสชาร์จสามารถบ้าบัดสารดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั นโดยไม่ต้องใช้สารเคมี เทคโนโลยีพลาสมาจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถน้ามาประยุกต์ใช้ในการบ้าบัดสารอินทรีย์ในน้าและแหล่งน้าดื่มใต้ดินได้