การสืบค้นและจัดระบบการอนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณของวัดและการถ่ายทอดภูมิปัญญาภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนเพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษารวบรวมและจัดหมวดหมู่เอกสารคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดในเขตภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน, เพื่อพัฒนาระบบการสืบค้นและดรรชนีค้นคาของเอกสารคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดในเขตภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน, เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรมของวัดในเขตภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Study) และการวิจัยภาคสนาม (Field Study) ผลการวิจัยพบว่า ๑) การสารวจเอกสารคัมภีร์โบราณประเภทคัมภีร์ใบลาน สมุดไทยและจารึกของวัดและแหล่งโบราณสถานในเขตภาคตะวันออกและภาคใต้ ส่วนมากเป็นคัมภีร์ใบลานและสมุดไทยอักษรไทยที่เป็นอักษรขอมมีอยู่น้อย ได้รายชื่อหัวเรื่องประเภทคัมภีร์ใบลานอักษรขอม จานวน ๓๔๒ ผูก ประเภทสมุดไทย จานวน ๗๗ เล่ม ประเภทจารึก จานวน ๓๒ หลัก แต่ละประเภทมีอายุประมาณ ๗๐ ปีขึ้นไป แบ่งตามเขตพื้นที่ จังหวัดฉะเชิงเทรามี ๘๘ ผูก ๒๓ เล่ม จังหวัดชลบุรีมี ๒๓ ผูก ๗ เล่ม ๘ หลัก จังหวัดปราจีนบุรีมี ๗๖ ผูก ๒๖ เล่ม จังหวัดสระแก้วมี ๑๔ หลัก จังหวัดระยองมี ๔๕ ผูก ๒๑ เล่ม จังหวัดสุราษฎร์ธานีมี ๑๑๐ ผูก ๙ หลัก จังหวัดเพชรบุรีมี ๑ หลัก เอกสารที่เป็นคัมภีร์ใบลานกับสมุดไทยมีสภาพชารุดเป็นส่วนมากและต้องใช้วิธีการให้คาแนะนาแก่ผู้ครอบครองดูแลรักษาให้ถูกวิธี ๒) การรวบรวมเอกสารคัมภีร์โบราณเพื่อการจัดทาเป็นระบบสืบค้นข้อมูลและส่งเสริมการอนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ได้แนวคิดจากการอนุรักษ์และเก็บคัมภีร์จากวัดสูงเม่น อาเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ ประกอบด้วย การกาหนดอักษรย่อและเครื่องหมาย การเรียงลาดับพยัญชนะและสระในดัชนีค้นเรื่อง และกาหนดรหัสหมวดเอกสาร ๓) การส่งเสริมการอนุรักษ์เอกสารคัมภีร์โบราณเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม ควรวางแผนทางานเป็นทีมตามความรู้ความสามารถ ประกอบด้วย ผู้ชานาญด้านอักษรโบราณ ผู้จัดระบบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และดูแลรักษา ผู้จัดทาฐานข้อมูลและเผยแผ่เป็นแหล่งข้อมูลสาธารณะ ผู้นาชุมชนมีนโยบายในการอนุรักษ์เอกสารโบราณเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เป็นต้น