กลยุทธ์การพัฒนาผู้ค้ารายย่อยจุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทจุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา 2) ศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ ข้อจำกัดและศักยภาพของผู้ค้ารายย่อยจุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา 3) ศึกษากลยุทธ์การพัฒนาผู้ค้ารายย่อยจุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา และ 4) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาผู้ค้ารายย่อยจุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา โดยศึกษากลยุทธ์การพัฒนาผู้ค้ารายย่อยจุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา การศึกษานี้ใช้วิธีการศึกษาจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาภาคสนาม การสัมภาษณ์และการเสวนากลุ่มตัวแทนผู้ค้ารายย่อยไทยและผู้ค้ารายย่อยกัมพูชาที่ค้าขายในตลาดการค้าชายแดน 2 พื้นที่ คือ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ และจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ผลการศึกษาพบว่า ตลาดการค้าชายแดนจุดผ่านแดนถาวรทั้งสองมีบริบทที่แตกต่างกันทั้งทางด้านพื้นที่ทำเลของการจัดตั้งตลาด การบริหารจัดการภายในตลาด จำนวนของผู้ค้ารายย่อย ส่วนผู้ค้ารายย่อยมีความหลากหลาย โดยมีถิ่นกำเนิดจากหลายพื้นที่ทั้งในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา สินค้าที่จำหน่ายมีความหลากหลายและแตกต่างกัน ตลาดการค้าชายแดนจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำสินค้าส่วนใหญ่เป็นพืชผักผลไม้ มีการเปิดตลาดในฝั่งพื้นที่ประเทศไทย จำนวน 2 วันได้แก่ วันจันทร์และวันอาทิตย์ ส่วนพื้นที่กัมพูชามีการค้าขายตลอดทั้งอาทิตย์ สินค้าส่วนใหญ่เป็นพืชผัก อาหารป่า ที่เกิดตามฤดูกาล จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม มีการค้าขายตลอดทั้งอาทิตย์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อยกัมพูชามากกว่าผู้ค้ารายย่อยไทย สินค้าที่จำหน่ายมีความหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแบรนด์เนม สินค้าลิขสิทธิ์ ความแตกต่างของจุดผ่านแดน 2 พื้นที่ พบว่า ตลาดการค้าชายแดนจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตั้งอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนมาก การเดินทางเข้าไปไกลซึ่งลุกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชาข้ามแดนมาซื้อสินค้าและตลาดเป็นพื้นที่ชั้นใน การบริหารจัดการตลาดโดยหน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ พบปัญหาการบริหารจัดการตลาดยังไม่ดีพอ พื้นที่มีการใช้ไม่เต็มที่ ส่วนตลาดการค้าชายแดนจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม มีระยะอยู่ห่างจากพื้นที่จุดผ่านแดนไม่มาก ผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อยกัมพูชา สินค้ามีความหลากลาย ผู้ที่มาซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะมาซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ มีการบริหารจัดการพื้นที่ในตลาดโดยหน่วยงานเอกชนที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์สัมปทานให้เข้ามาบริหารจัดการ จึงทำให้การบริหารจัดการมีความรวดเร็ว ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ค้ารายย่อยและผู้ซื้อทั้งชาวไทยและกัมพูชา แต่ก็ยังพบปัญหาหลายประการที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนามากขึ้น ได้แก่ ราคาค่าเช่าร้านค้าในพื้นที่ไม่คงที่มีการเพิ่มในทุกปี ที่จอดรถ ขยะ เป็นต้น ถ้าใน 2 พื้นที่การศึกษามีการบริหารจัดการอย่างเต็มศักยภาพ การค้าขายของผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ จะก่อให้เกิดความเข้มแข็งในการสร้างเศรษฐกิจที่ดี รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่จะทำให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และความมั่นคงทางด้านระบบเศรษฐกิจภายในประเทศและภายนอกประเทศให้มีเข้มแข็งพัฒนาอย่างยั่งยืน คำสำคัญ กลยุทธ์การพัฒนา,ผู้ค้ารายย่อย,จุดผ่านแดนถาวรไทยกัมพูชา,จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ,จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม