การออกแบบและติดตั้งชุดตรวจจับและแจ้งตือนการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนด้วยวิธีการตรวจจับกระแสไฟฟ้าเพื่อการประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงงานวิจัยนี้ได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบสร้างระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนแบบทั่วไปเพื่อการประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน โดยในขั้นตอนแรกได้ทำการติดตั้งระบบเซนเซอร์ ตรวจวัดกำลังไฟฟ้า อุณหภูมิ ความเร็วลม และกระแสไฟฟ้าของคอมเพรสเซอร์ แล้วส่งสัญญานที่ตรวจจับผ่านโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลของกระแสไฟฟ้าของคอมเพลสเซอร์ในช่วงการทำงานของเครื่องปรับอากาศในสภาวะต่างๆ นำข้อมูลมาวิเคราะห์และออกแบบชุดตรวจจับกระแสไฟฟ้าและระบบแจ้งเตือน จากการตรวจวัดได้พบว่ากระแสไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงตามสมมติฐาน มีสัดส่วนปริมาณกระแสไฟฟ้าที่แตกต่างกันในสภาวะการทำงานต่างๆ 5 สภาวะดังนี้ 1.ในขณะเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนที่ใช้สารทำความเย็น R-22 ทำงานปกติที่ความดันสารทำความเย็นราว 65-75 psi พบว่ากินกระแสไฟฟ้าราว 75% ของกระแสตามแผ่นป้ายพิกัดที่ชุดคอนเดนซิ่ง2.เมื่อชุดคอนเดนซิ่งพัดลมหยุดทำงานหรืออุดตันระบายความร้อนไม่ดีทำให้ กระแสไฟฟ้าสูงขึ้นจากกระแสขณะที่ทำงานปกติ ราว 10-15% 3.เมื่อสารทำความเย็นในระบบต่ำมีความดันสารทำความเย็น 50 psi พบว่ากระแสไฟฟ้าลดลง 30% จากกระแสขณะที่ทำงานปกติ 4.เมื่อสารทำความเย็นในระบบต่ำกว่าปกติเหลือเพียง 20 psi พบว่ากระแสไฟฟ้าลดลง 40%กระแสขณะที่ทำงานปกติ จะทำให้มีน้ำแข็งเกาะที่ท่อสารทำความเย็นด้านดูด 5.เมื่อไม่มีสารทำความเย็นในระบบหรือมีการอุดตันของชุดแฟนคอยย์หรือพัดลมผิดปกติ พบว่าคอมเพลสเซอร์จะกินกระแสไฟฟ้าเพียง 50% ของกระแสขณะที่ทำงานปกติ หากเกิดเหตุการณ์ในกรณีข้างต้นแล้วจะส่งผลอุณหภูมิของห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศไม่ปรับลดลง เครื่องปรับอากาศจะทำงานตลอดเวลา ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานไปอย่างสิ้นเปลือง ดังนั้นทีมผู้วิจัยจึงได้ออกแบบสร้างชุดแจ้งเตือนเป็นชุดสำเร็จสามารถติดตั้งได้ทันทีเพื่อให้ผู้ใช้เครื่องปรับอากาศได้แจ้งให้ผู้ให้บริการหรือผู้ที่มีหน้าที่บำรุงรักษามาดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซมเครื่องปรับอากาศเมื่อเกิดเหตุการณ์ในสภาวะแจ้งเตือนดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงานและใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า