กลยุทธ์โลจิสติกส์และการจัดการโซ่อุปทานเพื่อพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายการค้าชายแดน ไทย-เมียนมาร์ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์ท้องถิ่นเชื่อมต่อการค้าชายแดน ไทย - เมียนมาร์ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยชุมชนมีส่วนร่วม และเพื่อประเมินศักยภาพ โลจิสติกส์ของพื้นที่จุดผ่อนปรนเพื่อการค้าชายแดน ไทย- เมียนมาร์ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ 2 จุดผ่อนปรน ได้แก่ จุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว และจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง ตำบลเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง โดยใช้เครื่องมือในการวิจัย คือ การทบทวนเอกสาร แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง และแบบสังเกตการณ์ หลังจากนั้นผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์แบบสรุปอุปนัย และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค ด้วยตารางโทว์ (SWOT – TOWS Matrix) เพื่อประเมินหาศักยภาพโลจิสติกส์ ผลการศึกษาพบว่า จุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก มีจุดแข็งทางด้านเส้นทางการเชื่อมต่อที่ห่างจากอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่เพียง 120 กิโลเมตร และมีสภาพถนนส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ก็ยังมีจุดอ่อนบางประการ คือ สภาพถนนช่วง 4 กิโลเมตรก่อนถึงจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกมีลักษณะเป็นหลุมเป็นบ่อ และไม่มีจุดพักสินค้าเลยจากอำเภอเมืองเชียงใหม่จนถึงจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอก อย่างไรก็ตาม จุดผ่อนปรนกิ่ววาผอกนี้มีโอกาสในการเป็นศูนย์กลาง (HUB) ของการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากมีระยะทางห่างจากเมืองสำคัญต่างๆในประเทศเมียนมาร์ที่น้อยกว่าด่านศุลกากรแม่สาย แต่ก็ยังมีอุปสรรคที่สำคัญคือ การไม่ได้รับความร่วมมือจากทางการประเทศเมียนมาร์ในการเปิดจุดผ่อนปรน และจากการวิเคราะห์ด้วย SWOT TOWS Matrix สามารถพบกลยุทธ์ในการพัฒนาโลจิสติกส์ได้ดังนี้ 1) ควรมีการสำรวจความต้องการของประชาชนชาวเมียนมาร์ในเมืองต่างๆ เพื่อเตรียมสินค้าหากมีการเปิดด่าน 2) องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดทำงบประมาณในการซ่อมแซมถนนท้องถิ่นในส่วนที่สึกหรอ เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่งสินค้าหากมีการค้าชายแดนเกิดขึ้น 3) ควรมีการวิเคราะห์ความจำเป็นของการมีหรือไม่มีจุดพักสินค้า 4) รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรเจรจาต่อรองกับประเทศเมียนมาร์ให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อการค้าชายแดน และ 5) ประชาชนชาวไทย ณ จุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกควรหันมาทำการค้าขายกับคนในประเทศก่อนเพื่อให้มีการขายสินค้าและบริการมากพอก่อนการมีจุดผ่อนปรน จุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง มีจุดแข็งทางด้านเส้นทางการเชื่อมต่อซึ่งมีระทางห่างจากเมืองปั่น เมืองตองยี เมืองเนปิดอร์ และเมืองมัณฑะเลย์น้อยกว่าจุดผ่อนปรนกิ่วผาวอกและด่านศุลกากรแม่สาย และยังมีกระบวนการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้าชายแดนที่มีความยืดหยุ่น ทำให้ปัจจุบันยังมีการค้าขายระหว่างประเทศอยู่บ้าง แต่ยังมีจุดอ่อนในด้านคุณภาพถนนจากจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่งไปยังเมืองต่างๆในประเทศเมียนมาร์ในระยะแรกซึ่งเป็นถนนลูกรังของท้องถิ่นลัดเลาะไปตามแนวเขา ซึ่งไม่สามารถค้นหาเส้นทางจากแผนที่กูเกิ้ลได้ และไม่มีจุดพักสินค้าระหว่างอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ไปจนถึงจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่ง อย่างไรก็ตาม จุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่งนี้ยังมีโอกาสสำหรับการค้าชายแดนอยู่ เนื่องจากประชาชนทั้งสองฝั่งส่วนใหญ่เป็นญาติกัน จึงง่ายหากมีการทำการค้าเกิดขึ้น แต่ปัจจุบันการที่จุดผ่อนปรนแห่งนี้ปิดจึงเป็นอุปสรรคที่สำคัญของการค้าชายแดนทำให้การค้าชายแดนมีการค้าในปริมาณน้อย และจากการวิเคราะห์ด้วย SWOT TOWS Matrix สามารถพบกลยุทธ์ในการพัฒนาโลจิสติกส์ได้ดังนี้ 1) ควรมีการเตรียมความพร้อมในด้านปริมาณสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในฝั่งเมียนมาร์หากมีการค้าชายแดนเกิดขึ้น 2) ควรเน้นการค้าขายแก่ประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง มากกว่าการส่งผ่านสินค้าไปยังเมืองสำคัญต่างๆ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศทำให้ยากต่อการขนส่ง 3) ประชาชนในพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนบ้านหลักแต่งควรหันมาทำการค้าขายแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นหลักก่อน และ 4) ควรมีการวิเคราะห์หาตำแหน่งจุดพักสินค้าที่เหมาะสมหากมีการค้าชายแดนเกิดขึ้น เพื่อลดต้นทุนการขนส่งในอนาคต