Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การจัดการน้ำในแปลงนาแบบเปียกสลับแห้งตามช่วงอายุการเจริญเติบโตของข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 ในฤดูนาปรัง

กัณฑสิณี แจ้งปุย กรมชลประทาน พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาผลของการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต เพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโต ผลผลิต ปริมาณการใช้น้ำ และค่าความสามารถในการผลิตของน้ำ กับการให้น้ำแบบขังน้ำตลอดอายุปลูก (แบบดั้งเดิม) ของข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 ในฤดูนาปรัง ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมี แบบสั่งตัด เพาะกล้าตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ปักดำวันที่อ17 ธันวาคม 2558 และเก็บเกี่ยววันที่ 30 มีนาคม 2559 ทำการศึกษา ณ แปลงเกษตรกร (บ้านทุ่งสาน) ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ประกอบด้วยวิธีการให้น้ำ 5 วิธีการ ได้แก่ การให้น้ำแบบขังน้ำตลอดอายุปลูก เปรียบเทียบกับการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งตามช่วงระยะการเจริญเติบโต 4 วิธี คือ การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้น การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งช่วงการเจริญเติบโตทางการสืบพันธุ์ การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งตลอกอายุปลูก และ การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง 2 ครั้ง (ระยะแตกกอและระยะตั้งท้อง) มีผลทำให้ความสูงต้นและจำนวนต้นตอกอเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งอีก 3 วิธี มีผลทำให้ความสูงต้นและจำนวนต้นตอกอลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการให้น้ำแบบขังน้ำตลอกอายุปลูก และการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งยังส่งผลให้ความยาวรวงและจำนวนเมล็ดต่อรวงลดลงแต่ให้จำนวนต่อกอเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการให้น้ำแบบขังน้ำตลอกอายุปลูก ในด้านผลผลิตพบว่า การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง 2 ครั้ง (ระยะแตกกอและระยะตั้งท้อง) ให้ผลผลิตสูงที่สุด (1,106.14 กิโลกรัมต่อไร่) และการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง 4 วิธี นั้น สามารถลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ 14.93-27.20 เปอร์เซ็น โดยการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งตลอดอายุปลูก สามารถประหยัดน้ำได้สูงที่สุด เท่ากับ 27.20 เปอร์เซ็น (ปริมาณการใช้น้ำรวม 509.25 มิลลิเมตร) และมีค่าความสามารถในการผลิตของน้ำสูงที่สุด เท่ากับ 1.28 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับการให้น้ำแบบขังน้ำตลอดอายุปลูก ซึ่งใช้น้ำรวมเท่ากับ 699.56 มิลลิเมตร และมีค่าความสามารถในการผลิตของน้ำเท่ากับ 0.95 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

คำสำคัญ

2Riceข้าวพิษณุโลกเปียกสลับแห้งAWDAlternate Wetting and Drying Irrigation

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศึกษาการจัดการน้ำแบบประหยัดในการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์

กัณฑสิณี แจ้งปุย กรมชลประทาน พ.ศ. 2559

การบริหารจัดการน้ำเพื่อการปลูกข้าวต่อสภาวะภัยแล้งของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ดนัย รัชตะวราเศรษฐ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564

การพัฒนาและบริหารจัดการปลูกข้าวเปียกสลับแห้งในสภาวะน้ำน้อยอย่างยั่งยืน

วนิดา สำราญรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564

ความผันแปรของฝนต่อปริมาณและคุณภาพของแหล่งน้ำขนาดเล็กนอกเขตชลประทานที่สามารถนำมาใช้ในการทำการเกษตรพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน

ชาติทนง โพธิ์ดง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2557

การบริหารจัดการน้ำแบบยืดหยุ่นโดยปรับปฏิทินการปลูกพืชในพื้นที่นอกเขตชลประทาน (โครงการต่อเนื่อง ปีที่ 3)

ธนพร สุปริยศิลป์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

ศึกษาระยะปลูกข้าวที่เหมาะสมในการทำนาแบบประณีตโดยใช้เทคนิคเปียกสลับแห้งร่วมกับน้ำหมัก ชีวภาพและปุ๋ยหมัก

นิภาพร ชูกิจ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยทดสอบและพัฒนาระบบการจัดการน้ำในสวนลำไย

เกรียงศักดิ์ นักผูก กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

การทดลองหาช่วงระยะเวลาและจำนวนครั้งในการให้น้ำแบบเปียกสลับ แห้งในการปลูกข้าวโดยไม่ใช้น้ำเตรียมแปลง (ทำเทือก)(ระยะที่ 2)

วีระ ศรีสะอาด กรมชลประทาน พ.ศ. 2559

การศึกษาหาปริมาณการใช้น้ำของผักกาดหัว

อดุลย์ รัศมีนพเศวต กรมชลประทาน พ.ศ. 2559

การพัฒนาระบบบริหารการจัดการน้ำโดยระบบน้ำหยดเพื่อการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองในสภาวะความแห้งแล้งอย่างยั่งยืน

วนิดา สำราญรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2564