การผลิตกรดอะครีลิกจากดีไฮเดรชันของกรดแลคติก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาผลของการเติมโพแทสเซียมลงบนตัวเร่งปฎิกิริยาซีโอไลต์เบต้าด้วยอัตราส่วน 2, 4 และ 6 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก โดยวิธีการเคลือบฝังแบบเปียก และผลของอัตราส่วนซิลิกาต่ออะลูมินาบนตัวเร่งปฎิกิริยาซีโอไลต์เบต้าต่อความสามารถในการเร่งปฎิกิริยาดีไฮเดรชันของกรดแลคติกเพื่อผลิตกรดอะคริลิคจากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการคายซับแก๊สแอมโมเนีย (NH3-TPD) และการคายซับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2-TPD) พบว่าการเติมโพแทสเซียมจะช่วยลดความเป็นกรดและช่วยเพิ่มความเป็นเบสให้กับตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์เบต้าได้ แต่ในขณะเดียวกันจากการวิคราะห์ด้วยเทคนิคการกระเจิงของรังสีเอ็กซ์ (X-Ray Diffraction) พบว่าการเติมโพแทสเซียมก็ส่งผลท าให้เกิดการท าลายต่อโครงสร้างผลึกของตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์เบต้าเช่น เดียวกัน ในส่วนของผลอัตราส่วนของซิลิกาต่ออะลูมินา พบว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนของซิลิกาต่ออะลูมินา จะช่วยลดความเป็นกรดของตัวเร่งปฎิกิริยาซีโอไลต์เบต้า แต่ในขณะเดียวกันความเป็นผลึกของตัวเร่งปฏิกิรยาก็มีค่าลดลงเช่นเดียวกัน ตัวเร่งปฎิกิริยาซีโอไลต์เบต้าที่เติมด้วยโพแทสเซียม 4 เปอร์เซ็นโดยน้ำหนักและมีอัตราส่วนซิลิกาต่ออะลูมินาเป็น 360 มีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาได้ดีที่สุดโดยแสดงค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลงของกรดแลคติกและค่าการเลือกเกิดกรดอะคริลิคที่สูงที่สุด คือ 100 เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงกรดแลคติกและ 43.8 เปอร์เซ็นต์การเลือกเกิดกรดคริลิค เนื่องจากมีคุณสมบัติความเป็นกรดและเบสที่เหมาะสมในการเกิดปฏิกิริยา นอกจากยังพบว่าการเติมโพแทสเซียมยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติทางความร้อนของตัวเร่งปฎิกิริยาซีโอไลต์เบต้าได้