ประเมินสภาวะทรัพยากรปลาผิวน้ำในน่านน้ำไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ประเทศไทยนับได้ว่าเป็นผู้นำในภาคการประมง ผลผลิตรวมของสัตว์น้ำในช่วงพ.ศ. 2538-2547 อยู่ในระดับ 3.6-4.1 ล้านเมตริกตัน และในพ.ศ. 2557 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของภาคประมง (GDP) มีมูลค่าประมาณ 105,400 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 1.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งประเทศ หรือประมาณร้อยละ 16.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตร ปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำรวมของประเทศได้มาจากการทำประมงทะเลเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้เพราะประเทศไทยประเทศไทยมีขีดความสามารถ และสภาพภูมิประเทศเอื้ออำนวยให้ประเทศไทยมีทรัพยากรสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ด้วย ประเทศไทยตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีนตอนล่างซึ่งมีฝั่งทะเลทั้งสองด้าน ด้านอ่าวไทยมีความยาวประมาณ 1,785 กิโลเมตร ส่วนทางทะเลอันดามันมีความยาวประมาณ 740 กิโลเมตร รวมความยาวชายฝั่งทะเลทั้งสิ้นประมาณ 2,615 กิโลเมตร จากสถิติการประมงทะเลของประเทศไทย พ.ศ. 2548 รายงานว่าปริมาณการจับสัตว์น้ำทะเลของประเทศไทยเท่ากับ 2,615,565 ตันเป็นการจับจากอ่าวไทย 1,784,590 ตัน และฝั่งอันดามัน 830,975 ตัน โดยเป็นปลาผิวน้ำ 916,531 ตัน คิดเป็นร้อยละ 35.04 ของปริมาณการจับสัตว์น้ำทะเลทั้งหมด จากการเพิ่มขึ้นของประชากรทำให้มีความต้องการอาหารเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการพัฒนาและปรับปรุงการทำการประมงอย่างต่อเนื่องมาตลอด ทำให้การใช้ทรัพยากรปลาผิวน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นปริมาณการจับปลาผิวน้ำให้ได้ปริมาณมากที่สุด เพื่อจะได้ผลตอบแทนมากที่สุด เมื่อมีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรปลาผิวน้ำบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลด้านการประมง และทรัพยากรปลาผิวน้ำ จึงต้องดำเนินการประเมินสภาวะทรัพยากรปลาผิวน้ำในน่านน้ำไทย แผนการศึกษานี้ได้เลือกชนิดปลาผิวน้ำที่สำคัญทางเศรษฐกิจ สำหรับการประเมินสภาวะทรัพยากรและการประมง ได้แก่ ปลาหลังเขียว ปลาข้างเหลือง ปลาทูแขกครีบยาว ปลาสีกุนตาโต ปลาแข้งไก่ และ ปลาลัง โดยดำเนินการศึกษาทางฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการทรัพยากรปลาผิวน้ำให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป