รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558
หมากกั๊บแก้บในวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านอีสาน
นพพล ไชยสน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2558
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
คำสำคัญ
215การเรียนการสอนพิธีกรรมคือจังหวัดมหาสารคามจังหวัดอุบลราชธานีความรักจังหวัดสุรินทร์สีจังหวัดนครพนมเช่นขอนแก่นจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดบุรีรัมย์มหาสารคามกาฬสินธุ์กลุ่มจังหวัดสกลนครจังหวัดมุกดาหารดนตรีพื้นบ้านลุ่มน้ำโขงจังหวัดยโสธรการแต่งกายร้อยเอ็ดเขมรปัจจุบันสุจริตฯลฯทั้งทั้งนี้ยโสธรลีลาอย่างไรก็ตาม2529การละเล่นงานบุญบั้งไฟเจริญชัยตีแบ่งออกเป็นและวัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอโกสุมพิสัย25362538“กรับ”กรับคู่กรีด"กลุ่มเจรียง-กันตรึม"กลุ่มไทยลาวกลุ่มนี้จัดว่าเป็นกลุ่มวัฒนธรรมภูไท"กลุ่มเพลงโคราช"กลุ่มวัฒนธรรมกลุ่มวัฒนธรรมอีสานกลางกลุ่มวัฒนธรรมอีสานใต้(กลุ่มหมอลำหมอแคน)“กั๊บแก้บ”“กั๊บแก้บลำเพลิน”การจัดแบ่งกลุ่มวัฒนธรรมการละเล่นหมากกั๊บแก้บเกิดจากเสียงที่ประกอบหรือประสานกันเป็นเพลงเกี้ยวพารานาสีของภาคกลางเข้าสู่รูปแบบการแสดงคณะสาวน้อยเพชรบ้านแพงคลายความตึงเครียดความสนุกสนานคือกลุ่มที่สืบทอดวัฒนธรรมคู่กับนางไห(เครื่องดนตรี)เคาะงานบุญกฐินงานบุญสงกรานต์จนเป็นจุดสนใจของผู้ชมมากกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆจนเป็นเอกลักษณ์สำคัญของท้องถิ่นและกลุ่มชนจะด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจก็ตามจะทำหน้าที่จะเป็นบริเวณจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับเทือกเขาพนมดงรักจะเป็นบริเวณแถบจังหวัดที่ติดกลับประเทศกัมพูชาร่วมถึงจังหวัดนครราชสีมาด้วยจะสามารถเห็นผู้เฒ่าผู้แก่นำหมากกั๊บแก้บมาเล่นในขบวนแห่จังหวัดมหาสารคามได้นำเอาการละเล่นหมากกั๊บแก้บจัดว่าเป็นกลุ่มวัฒนธรรมอีสานกลางจากการละเล่นในระดับสังคมท้องถิ่นจากนั้นจึงดัดแปลงให้สลับซับซ้อนจำพวกไม้พะยูงจึงเกิดการพัฒนาเละดัดแปลงจึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นในการนำเอาการละเล่นหมากกั๊บจึงเป็นที่พอใจของคนมาร่วมงานชนไพโรจน์.เช่นเดียวกันกับการแสดงหนังประโมทัยอีสานเช่นเดียวกับการละเล่นอื่นๆเช่นเดียวกับหมอลำกลอนเช่นหมอลำอื่นๆใช้ตีประกอบการลำของหมอลำใช้เล่นประกอบจังหวะซึ้งเกิดจากการประพฤติปฏิบัติร่วมกันซึ่งเกิดจากมนุษย์ได้รับรู้และได้ยินเสียงธรรมชาติซึ่งตัวผู้ลำเองใช้ไม้แข็งหนึ่งคู่ตีประกอบการลำแทนที่จะใช้แคนซึ่งเป็นกลุ่มชนที่มีมากที่สุดในภาคอีสานซึ่งเป็นมรดกที่สืบทอดจากบรรพบุรุษซึ่งสืบทอดวัฒนธรรมมาจากกลุ่มวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงดนตรีพื้นบ้านคือการสืบทอดทางวัฒนธรรมของชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันดนตรีพื้นบ้านนอกจากจะเกิดจากเครื่องดนตรีแล้วดนตรีพื้นบ้านมีหลายประเภทด้วยความมีเอกลักษณ์ที่โดนเด่นไม่เหมือนใครด้วยท่วงท่าลีลาที่เป็นจุดสนใจดีดโดยเกิดจากเสียงร้องโดยขึ้นอยู่กับกรอบความคิดและวัตถุประสงค์ในการนำมาประยุกต์ใช้โดยเฉพาะวงโปงลางโดยมุ่งสนองความรื่นเริงบันเทิงใจโดยหมากกั๊บแก้บจะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมจังหวะของหมอลำได้นำการละเล่นหมากกั๊บแก้บมาแสดงบนเวทีตราบใดที่มนุษย์มีการเคลื่อนย้ายตลอดจนการละเล่นต่างๆตลอดจนเทศกาลงานบุญมงคลต่างๆตลอดจนเป็นตัวสร้างบรรยากาศในงานให้มีความสนุกสนานและเป็นที่สนเพิ่มมากขึ้นตลอดจนแสดงความรักสามัคคีในตั้งแต่บริเวณแถบตามงานเทศกาลท้องถิ่นตามแต่ความสามารถตามแต่โอกาสและปฏิภาณไหวพริบของตามแบบนาฏศิลป์ตำบลบ้านแพงแต่วัฒนธรรมก็ไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ถูแถบจังหวัดกาฬสินธุ์แถบจังหวัดศรีสะเกษท่วงท่าทั้งท่วงท่าลีลาที่โลดโผนทำด้วยไม่เนื้อแข็งทำท่าทางทำให้การทำงานร่วมกันเกิดความสนุกทำให้เกิดเสียงทำให้บรรยากาศบนเวทีมีความสนุกสนานทำให้บุคคลในสังคมที่เป็นกันเองที่มีการจัดแบ่งท่วงท่าในการละเล่นที่ชัดเจนมีระเบียบแบบแผนมากขึ้นที่ไม่มีแบบแผนการละเล่นที่ตายตัวที่เรียกว่าที่วงหมอลำทุกวัฒนธรรมก็ล้วนมีศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่างกันทุกวัฒนธรรมย่อมมีความแตกต่างกันทุกสถานที่เนื้อเรื่องที่ใช้ลำกั๊บแก้บอาจจะเป็นเรื่องตลกในขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสังคมที่แตกต่างไปจากสังคมอื่นอีกด้วยในท้องถิ่นนั้นๆในแทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวงดนตรีพื้นบ้านอีสานบทบาทและหน้าที่ต่างกันบริเวณแถบจังหวัดอุบลราชธานีบัวพิมพ์.(บางส่วน)บางโอกาสใช้ประกอบพิธีกรรมบ้านแพงปรากฏให้เห็นบ่อยปัจจุบันการละเล่นประเภทนี้เป็นการละเล่นที่ไม่มีรูปแบบลักษณะการเล่นที่ตายตัวเป็นการละเล่นในระดับท้องถิ่นเป็นการละเล่นโบราณเป็นการให้จังหวะแคนเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีเป็นตัวควบคุมจังหวะของเครื่องดนตรีเป็นวิถีชีวิตของสังคมเป็นเสียงของการที่ไม้สองอันกระทบกันเป่าแปลกออกไปตามความต้องการหรือโดยบังเอิญไปมาหาสู่ผู้เล่นผู้เล่นสามารถเป็นชายหรือหญิงก็ได้พบทั่วไปในแถบภาคอีสานเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานเพื่อให้เกิดสีสันบนเวทีมาเล่นประกอบการแสดงหมอลำเพลินได้อย่างลงตัวมีการแทรกคำสอยของหมอลำมีการสืบทอดเป็นมรดกทางสังคมต่อกันมาจากอดีตมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันมีลักษณะคล้ายเมื่อมีหน่วยงานหรือสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจการละเล่นท้องถิ่นประเภทนี้ไม้ชิงชันไม้ประดู่ไม่มีประวัติความเป็นมาและปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นภาษาสำเนียงยังเป็นตัวสร้างสีสันบนเวทีเรียกว่าล้วนมีลักษณะร่วมกันล้วนแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมสภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มวัฒนธรรมนั้นๆลักษณะวิธีการแลกเปลี่ยนและกลุ่มวัฒนธรรมโคราชและกลุ่มวัฒนธรรมอีสานใต้และกลุ่มวัฒนธรรมอีสานเหนือและจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอุดรธานีและเป็นแนวทางเดียวกันต่อเนื่องไล่ขึ้นไปจนถึงแถบจังหวัดวัฒนธรรมแต่ละแขนงเหล่านี้วัฒนธรรมถึงอาจจำแนกเป็นวัฒนธรรมสากลวัฒนธรรมประจำชาติวัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตของสังคม(วัฒนธรรมภูไท)วัฒนธรรมหมอลำหมอแคนถือได้ว่าเป็นกลุ่มวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือวิถีชีวิตของสังคมแต่ละสังคมย่อมมีรูปแบบศิลปะการละเล่นในกลุ่มวัฒนธรรมอีสานสภาพวิถีชีวิตสมัยก่อนหมากกั๊บแก้บสร้างความบันเทิงสร้างความรื่นเริงสร้างสีสันให้เกิดจุดเด่นส่วนการประสมวงเครื่องดนตรีในวงโปงลางนั้นส่วนมากจะนิยมเล่นคู่กับนางไหส่วนมากเป็นการลำสมัครเล่นไม่ใช่เป็นอาชีพส่วยสามารถแบ่งออกได้อีกสามารถพบบ่อยตามงานเทศกาลท้องถิ่นสามารถเล่นได้ทุกโอกาส(สำนักนายกรัฐมนตรี.สืบทอดเอาแบบอย่างกันเสียงที่เกิดจากปากมนุษย์ที่ทำเป็นทำนองเพลงก็ถือว่าเป็นดนตรีด้วยเสียงนกร้องเสียงน้ำไหลเสียงใบไม้พลิ้วตามลมเสียงเสียดสีของกอไผ่แสดงท่วงท่าลีลา“หมอลำกั๊บแก้บ”หมอลำนี้เรียกว่าหมากกั๊บแก้บหมากกั๊บแก้บจึงเริ่มมามีบทบาทในรูปแบบหมากกั๊บแก้บได้รับความนิยมเป็นอย่างมากหมากกั๊บแก้บแทบจะไม่ค่อยมีบทบาทในการร่วมบรรเลงหมากกั๊บแก้บยังมีบทบาทในการแสดงหมอลำกลอนหมากกั๊บแก้บยังมีบทบาทในเวทีการแสดงอื่นๆมากมายหมากกั๊บแก้บยังมีส่วนร่วมในการแสดงในวงหมอลำหมากกั๊บแก้บเริ่มมามีบทบาทชัดเจนมากขึ้นหมากกั๊บเเก้บหมู่คณะหยอกล้อหรือกลุ่มหมอลำหมอแคนหรือเกิดจากการบรรเลงโดยเครื่องมือหรือที่เรียกว่าหรือนำวัสดุอื่นมาประกอบให้เกิดเสียงหรือนิทานให้เป็นที่ประทับใจสาวๆให้เป็นที่สนใจอาจจัดได้หลายรูปแบบอาจแต่งตัวให้ดูตลกอิทธิพลวัฒนธรรมหมอลำหมอแคนได้รับการนิยมและมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในทุกกลุ่มวัฒนธรรมอีสานเหนือเอาวัสดุมา