กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวตัถุประสงค์เพื่อให้ได้วิธีการเตรียมไฟโบรอินเมมเบรนที่มีรูพรุนระดับไมโครเมตร โดยใช้วิธีการอิมัลชันที่พัฒนาขึ้น และเพื่อศึกษาสมบัติของไฟโบรอินเมมเบรนที่มีรูพรุนระดับไมโครเมตรที่เตรียมได้โดยในการวิจัยนี้ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ การศึกษาการเตรียมไฟโบรอินเมมเบรนโดยเทคนิคทางไมโครอิมัลชัน และการศึกษาสมบัติของไฟโบรอินเมมเบรน โดยการใช้สารละลายคอลลอยด์ของเอทิลอะซิเตตในวัฎภาคตัวกลางที่เป็นน้ำ และมีโซเดียมโดเดคิลซัลเฟต (SDS) เป็นสารก่ออิมัลชัน และทำการเตรียมให้มีอัตราส่วน ( ) ของ [oil]/[SDS] ในช่วง 10 - 50 ซึ่งการทำให้ไฟโบรอินเมมเบรนเสถียรทำโดยใช้ 95% เอทานอล และ 4% PEGDE (พอลิเอทิลีนไกลคอนไดไกลซิดิวอีเทอร์) โดยได้ศึกษาวิธีการทำแห้งแบบการอบด้วยลมร้อน และการทำแห้งเมมเบรนที่ผ่านการล้างด้วยน้ำกลั่น เพื่อเปรียบเทียบกันด้วย จากผลการศึกษาพบว่า สารละลายไฟโบรอินคอลลอยด์ใช้ระยะเวลาในการเกิดเจลเร็วกว่าสารละลายไฟโบรอินในการเตรียมไฟโบรอินเมมเบรนทั่วไป การเตรียมไฟโบรอินเมมเบรนโดยวิธีการอิมัลชันโดยใช้ ( ) เท่ากับ 30 มีความเหมาะสมในการใช้เตรียมไฟโบรอินเมมเบรนมากที่สุด โดยวิธีการทำแห้งแบบเยือกแข็งจะทำให้เมมเบรนที่ได้มีสภาพความพรุนระดับไมโครเมตรมากที่สุด การเตรียมไฟโบรอินเมมเบรนโดยวิธีการอิมัลชันที่ทำให้เมมเบรนมีความเสถียรโดยใช้สาร PEGDE เป็นสารเชื่อมไขว้จะทำให้มีการละลายน้ำของเมมเบรนน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับไฟโบรอินเมมเบรนที่ผ่านการทำให้เสถียรด้วยเอทานอล และไฟโบรอินเมมเบรนที่ไม่ผ่านการทำให้เสถียรตามลำดับทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุติยภูมิของไฟโบรอินเมมเบรนจากแบบ Silk I (random coil and ?-helix) ไปเป็นแบบ Silk II (?-sheet plate) นอกจากนั้นยัง พบว่า การเตรียมไฟโบรอินเมมเบรนโดยวิธีการอิมัลชันที่ใช้ PEGDE เป็นสารเชื่อมไขว้ จะทำให้ได้เมมเบรนที่มีความอ่อนนุ่ม และมีความยืดหยุ่นได้มากกว่าวิธีอื่น ๆ