Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

แนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างภายในและภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา

มนตรี สังข์ทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งจากกระแสความต้องการของนักท่องเที่ยว หรือการถูกจัดให้เป็นกลุ่มสินค้าการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศรวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐที่มุ่งรักษาและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โดยจะมีการสนับสนุนการกำหนดจุดขายที่ชัดเจนและเชื่อมโยงให้เกิดการเกื้อหนุนกันภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยมีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเป็นสัญลักษณ์ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ณ กรุงคาร์เธจ ประเทศตูซิเนีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจำนวนมากส่วนใหญ่จะเที่ยวชมภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่มากนักที่สนใจท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองทั้งที่มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีจุดเด่นในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์ คณะผู้วิจัยจึงได้ศึกษาแนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 2) เพื่อศึกษาความต้องการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 3) เพื่อศึกษาพฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 4) เพื่อกำหนดเส้นทาง กิจกรรมการท่องเที่ยวสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และ 5) เพื่อนำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) ประชาชนในชุมชนรอบแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา รัศมีประมาณ 2 กิโลเมตรจากเกาะเมือง สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) กำหนดขนาดตัวอย่างโดยสูตรของ Cochran กรณีไม่ทราบจำนวนประชากร ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 % ยอมให้เกิดความคลาดเคลื่อน ? 0.07 ได้ขนาดตัวอย่าง จำนวน 196 คน และ 2) นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุ่มตัวอย่างโดยอาศัยแนวคิดการสุ่มแบบชั้นภูมิแบบไม่เป็นสัดส่วน (Non-proportion Stratified random sampling) กำหนดขนาดตัวอย่างโดยใช้ตารางของ Taro Yamane ยอมให้เกิดความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 5% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95 ได้ขนาดตัวอย่าง จำนวน 400 คน โดยสุ่มจากนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 200 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จำนวน 200 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบว่า 1. ผลการประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่า มีแหล่งท่องเที่ยวมีศักยภาพในภาพรวมอยู่ในระดับสูง จำนวน 6 แห่ง คือ วัดหน้าพระเมรุ วัดมเหยงค์ วัดพนัญเชิงวรหาร หมู่บ้านฮอลันดา วัดท่าการ้อง และวัดนักบุญยอเซฟ ระดับค่อนข้างสูง จำนวน 7 แห่ง คือ วัดเชิงท่า วัดแม่นางปลื้ม วัดใหญ่ชัยมงคล หมู่บ้านญี่ปุ่น วัดกษัตราธิราช วัดไชยวัฒนาราม และวัดพุทไธศวรรย์ ระดับปานกลาง จำนวน 8 แห่ง คือ วัดศรีโพธิ์ วัดกลางคลองสระบัว วัดเจดีย์แดง วัดสามวิหาร วัดสมณโกฏฐาราม วัดประดู่ทรงธรรม วัดอโยธยา และหมู่บ้านโปรตุเกส และระดับต่ำ จำนวน 9 แห่ง คือวัดหัสดาวาส วัดตะไกร วัดจงกลม วัดพระงาม วัดพระยาแมน วัดเจ้าย่า วัดกุฎีดาว วัดจักรวรรดิ์ และวัดช้าง 2. ผลการวิเคราะห์ความต้องการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่า ประชาชนภายในชุมชนบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาต้องการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากเรียงตามอันค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ต้องการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผลร่วมกัน ต้องการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ร่วมกัน ความต้องการมีส่วนร่วมในการวางแผนร่วมกัน และต้องการมีส่วนร่วมในการดำเนินการร่วมกัน 3. ผลการวิเคราะห์พฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่า 3.1 นักท่องชาวไทยส่วนใหญ่มาเที่ยวอยุธยามากกว่า 3 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 90.52 โดยเดินทางมากับครอบครัว/ญาติ คิดเป็นร้อยละ 86.63 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อไหว้พระ คิดเป็นร้อยละ 99.50 ทราบข้อมูลข่าวสารแหล่งท่องเที่ยวจากครอบครัว ญาติ และเพื่อน และอินเตอร์เน็ท คิดเป็นร้อยละ 81.00 และ 72.00 ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่ต้องการมาเที่ยววัดใหญ่ชัยมงคล วิหารพระมงคลบพิตร และวัดพนัญเชิง คิดเป็นร้อยละ 90.50, 90.00 และ 89.50 ตามลำดับ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาบางแห่ง โดยแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ วัดอโยธยา วัดมเหยงค์ และวัดแม่นางปลื้ม คิดเป็นร้อยละ 95.00, 85.50 และ 82.00 ตามลำดับ โดยแหล่งท่องเที่ยวที่เคยไปท่องเที่ยวมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ วัดอโยธยา วัดแม่นางปลื้ม และวัดกลางคลองสระบัว คิดเป็นร้อยละ 90.00, 74.50 และ 74.50 ตามลำดับ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศส่วนใหญ่มาเที่ยวอยุธยาเป็นครั้งแรก คิดเป็นร้อยละ 77.00 โดยเดินทางมากับเพื่อน คิดเป็นร้อยละ 40.00 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเที่ยวชมโบราณสถาน/แหล่งประวัติศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 84.50 ทราบข้อมูลข่าวสารแหล่งท่องเที่ยวจาก อินเตอร์เน็ตและคู่มือนักท่องเที่ยว/โบรชัวร์ คิดเป็นร้อยละ 66.00 และ 60.50 ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่ต้องการมาเที่ยววัดมหาธาตุ วิหารพระมงคลบพิตรและวัดราชบูรณะคิดเป็นร้อยละ 70.50, 56.50 และ 55.50 ตามลำดับ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา โดยแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักมากที่สุด คือ วัดนักบุญยอแซฟ คิดเป็นร้อยละ 20.00 โดยแหล่งท่องเที่ยวที่เคยไปท่องเที่ยวมากที่สุด คือ วัดนักบุญยอแซฟ คิดเป็นร้อยละ 9.00 3.3 นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศส่วนใหญ่สนใจท่องเที่ยวนอกเกาะเมืองอยุธยา คิดเป็นร้อยละ 51.78 และ 53.30 ตามลำดับ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่สนใจท่องเที่ยวโดยใช้รถยนต์ส่วนตัว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศสนใจท่องเที่ยวโดยใช้รถจักรยาน คิดเป็นร้อยละ 82.56 และ 46.31 ตามลำดับ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องการให้มีมัคคุเทศก์ คิดเป็นร้อยละ 2.54 และ 42.78 ตามลำดับ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องการให้มีร้านขายของที่ระลึกของชุมชน คิดเป็นร้อยละ 64.97 และ 18.68 ตามลำดับ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องการให้มีร้านขายอาหาร/เครื่องดื่มของชุมชน คิดเป็นร้อยละ 96.45 และ 36.67 ตามลำดับ และสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญที่สุดในการจัดการท่องเที่ยว คือ ความปลอดภัย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้ความสำคัญที่สุดในการจัดการท่องเที่ยว คือ เส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยว คิดเป็นร้อยละ 35.53 และ 42.50 ตามลำดับ 4. ผลจากการวิเคราะห์ผลการวิจัยทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ 1) ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 2) ความต้องการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และ 3) พฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา สามารถกำหนดแนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ได้ดังนี้ 4.1 จากประเมินศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่า แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีศักยภาพในการดึงดูดใจด้านการท่องเที่ยวอยู่ในระดับค่อนข้างสูงถึงสูง แต่ด้านการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นจะอยู่ในระดับต่ำ แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการร่วมกันในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน เส้นทาง กิจกรรม และความปลอดภัยต่อชีวิตทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว แม้ว่าแหล่งท่องเที่ยวจะมีศักยภาพในการดึงดูดใจแต่ควรได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันได้เริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ดังนั้นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรจัดทำแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภายในและภายนอกเกาะเมืองทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยสามารถนำแผนงานของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการร่วมกันเพื่อจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และวางกลไกการขับเคลื่อนในแต่ละส่วนให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดรับกันเพื่อให้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว โดยเฉพาะการจัดทำแผนพัฒนาโบราณสถานและโครงสร้างพื้นฐานของแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ ปรับปรุงโบราณสถาน/โบราณวัตถุ ภูมิทัศน์บริเวณแหล่งท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ดูแล/ผู้ให้ข้อมูล ห้องสุขา ทั้งนี้ควรอาศัยประชาชนบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชนในชุมชน 4.2 ประชาชนภายในชุมชนบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาต้องการมีส่วนร่วมในการจัดการท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากเรียงตามอันค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ต้องการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผลร่วมกัน ต้องการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ร่วมกัน ความต้องการมีส่วนร่วมในการวางแผนร่วมกัน และต้องการมีส่วนร่วมในการดำเนินการร่วมกัน ดังนั้นสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควรร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำประชาพิจารณ์กับชุมชนเกี่ยวกับการจัดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาเพื่อให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมประเมินผลกระทบ เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นต่อไป 4.3 จากผลการวิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว พฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวต่อการท่องเที่ยวภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่วางแผนมาท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 1 วัน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศวางแผนมาท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 2-3 วัน ดังนั้นหน่วยที่เกี่ยวข้องควรจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลายเพื่อดึงดูดใจ และกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่มาท่องเที่ยววัดใหญ่ชัยมงคล วิหารพระมงคลบพิตร และวัดพนัญเชิง สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศส่วนใหญ่มาท่องเที่ยววัดมหาธาตุ วิหารพระมงคลบพิตร และวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่รู้จักแหล่งท่องเที่ยวนอกเกาะเมืองอยุธยา และเคยไปบางแหล่งท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่รู้จักและไม่เคยไปแหล่งท่องเที่ยวนอกเกาะเมืองอยุธยา ดังนั้นควรวางแผนการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เช่นอินเตอร์เน็ต คู่มือนักท่องเที่ยว และโบรชัวร์ เป็นต้น จากผลการวิจัยสามารถกำหนดเส้นทางการท่องเที่ยวสู่ภายนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ได้ 3 เส้นทาง คือ เส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านทิศเหนือของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา มีรายละเอียด ดังนี้ 4.3.1 เส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านทิศเหนือของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เน้นกิจกรรมไหว้พระ ชมโบราณสถาน/แหล่งประวัติศาสตร์ ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเริ่มจากวัดหน้าพระเมรุใช้ถนนชุมชนแวะชมวัดตะไกร วัดศรีโพธิ์ วัดพระงาม วัดจงกลม วัดพระยาแมน สุดทางเลี้ยวขวาเข้าถนนชุมชนแวะชมวัดกลางคลองสระบัว วัดเจ้าย่า วนมา วัดหัสดาวาส และวัดเชิงท่า รวมระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ทางด้านทิศเหนือยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกเส้นทางหนึ่ง คือ วัดวงษ์ฆ้อง วัดแม่นางปลื้ม วัดสามวิหาร และวัดเจดีย์แดง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมได้ตามอัธยาศัย ทั้งนี้จัดเส้นทางเชื่อมโยงค่อนข้างลำบาก 4.3.2 เส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เน้นกิจกรรมไหว้พระ ชมโบราณสถาน/แหล่งประวัติศาสตร์ และตลาดน้ำ ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยสามารถเชื่อมกับเส้นทางที่ 4.3.1 โดยออกจากวัดเชิงท่าแล้วตรงไปบรรจบกับถนนหมายเลข 309 และเลี้ยวซ้ายขึ้น มาถึงสามแยกเลี้ยวขวาเข้าถนนอู่ทองไปขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ถนนหมายเลข 3263 (ไปอำเภอเสนา)และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 3412ไปแวะชมวัดท่าการ้อง/ตลาดน้ำวัดท่าการ้อง ย้อนกลับมาแวะชมวัดกษัตราธิราช ออกจากวัดกษัตราธิราช เลี้ยวซ้ายตรงไปเข้าถนนหมายเลข 3469 แวะชมวัดไชยวัฒนาราม วัดนักบุญยอเซฟ วัดพุทไธศวรรย์ หมู่บ้านโปรตุเกส รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร 4.3.3 เส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวด้านทิศตะวันออกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เน้นกิจกรรมไหว้พระ ชมโบราณสถาน/แหล่งประวัติศาสตร์ และตลาดน้ำ ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยสามารถเชื่อมกับเส้นทางที่ 4.3.2 โดยออกจากหมู่บ้านโปรตุเกส ตรงไปตามถนนหมายเลข 3469 เข้าถนนหมายเลข 356 (เลี่ยงเมืองไปอำเภอเสนา) ขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงมาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 3477 ไปแวะชมหมู่บ้านญี่ปุ่น หมู่บ้านฮอลันดา วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดใหญ่ชัยมงคล ออกจากวัดใหญ่ชัยมงคลตรงไปผ่านวงเวียน วัดสามปลื้มแวะชมวัดสมณโกฏฐาราม วัดกุฏีดาว วัดจักรวรรดิ วัดประดู่ทรงธรรม วัดอโยธยา ย้อนกลับเส้นเดิมแวะชมวัดมเหยงค์ วัดช้าง และตลาดน้ำรวมระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร สำหรับพาหนะที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา คือ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ทั้งนี้ถ้าใช้รถยนต์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษบริเวณถนนชุมชน) ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว และความพร้อมของชุมชนเป็นต้น คำสำคัญ: การท่องเที่ยวเชื่อมโยง, การท่องเที่ยวนอกเกาะเมืองอยุธยา

คำสำคัญ

การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเส้นทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศักยภาพการให้บริการทางการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

มนษิรดา ทองเกิด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. 2560

แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เสรี วงษ์มณฑา มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2559

แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ กรณีศึกษา อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

ญาณาธร เธียรถาวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2559

แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วารัชต์ มัธยมบุรุษ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2558

การศึกษาผลกระทบทางสังคมรอบอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จากนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยว

กมลสร ฐานวิเศษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2556

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สุริยา รักษาเมือง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2561

ความรู้และเจตคติของนักท่องเที่ยว ที่มีต่อการดำเนินการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา : จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2551

การพัฒนาส่วนประสมทางการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในจังหวัดอุดรธานี

วัฒน์จิรชัย เวชชนินนาท มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2559

การสำรวจศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว และความตั้งใจท่องเที่ยวเลียบแม่น้ำในอนาคตในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นงลักษณ์ โพธิ์ไพจิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ. 2556

แนวทางการพัฒนาการส่งเสริมการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา

กาญจนา คงภิรมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2559