กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ปัจจุบันมีความต้องการเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้าชนิดโฟโตโวลตาอิกจากภาคครัวเรือนเข้ากับระบบจำหน่ายแรงดันต่ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเชื่อมต่อของระบบโฟโตโวลตาอิกที่มากขึ้นอาจส่งผลให้เกิดปัญหากำลังไฟฟ้าไหลย้อนกลับและแรงดันไฟฟ้าเกินขึ้นในระบบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความต้องการไฟฟ้ามีค่าไม่สูงมาก เช่น ในช่วงเวลากลางวันของวันธรรมดา ส่งผลให้ปริมาณระบบโฟโตโวลตาอิกที่สามารถเชื่อมต่อเข้ามาในระบบจำหน่ายถูกจำกัดลง เพื่อไม่มีระดับแรงดันในระบบสูงเกินค่าทำกำหนดไว้โดยข้อกำหนดของการไฟฟ้าต่างๆ งานวิจัยนี้เป็นการพัฒนาขั้นตอนและวิธีการสำหรับประเมินแรงดันเกินจากการเชื่อมต่อระบบโฟโตโวลตาอิกเข้ากับระบบจำหน่ายแรงดันต่ำเป็นจำนวนมาก เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมของระบบโฟโตโวลตาอิกที่จะเชื่อมต่อเข้ามาในระบบได้ โดยที่ระบบจำหน่ายที่ถูกเลือก รวมถึงลักษณะความต้องการไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากระบบโฟโตโวลตาอิก จะถูกนำมาสร้างเป็นแบบจำลองบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น DIgSILENT PowerFactory เพื่อใช้วิเคราะห์ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของระดับแรงดันที่ตำแหน่งต่างๆ ในระบบเมื่อมีการเพิ่มขึ้นของขนาดระบบโฟโตโวลตาอิกในระบบ โดยจะทำการประเมินผลกระทบแรงดันเกินนี้อ้างตามเงื่อนไขของมาตรฐาน EN50610 ผลการทดสอบที่ได้จากการจำลองการวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ พบว่า กำลังผลิตติดตั้งสูงสุดของระบบโฟโตโวลตาอิกของบ้านแต่ละหลังที่ประเมินจากแบบจำลองในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาจจะมีค่าสูงกว่าหรือต่ำกว่าขนาดพิกัดสูงสุดที่กำหนดโดยการไฟฟ้า ซึ่งค่าที่ประเมินได้นี้จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะระบบทดสอบและลักษณะการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้น การประเมินโดยอาศัยแบบจำลองบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็จะช่วยให้ทราบคำตอบที่แท้จริงว่า ในระบบทดสอบที่สนใจหนึ่งๆนั้น จะสามารถกำหนดให้บ้านแต่ละหลังสามารถติดตั้งระบบโฟโตโวลตาอิกได้ที่ขนาดพิกัดสูงสุดเท่าไรแน่จึงจะไม่สร้างปัญหาแรงดันเกินขึ้น นอกจากนี้ในการศึกษายังพบว่า ถ้าระบบจำหน่ายมีการควบคุมแรงดันเกิน เช่น ปรับแทปของหม้อแปลงจำหน่าย หรือ อินเวอร์เตอร์ของระบบโฟโตโวลตาอิกสามารถปรับค่า ก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อระบบโฟโตโวลตาอิกได้สูงขึ้น