การดูดซับฟอสเฟตในน้ำเสียจากการซักล้าง และการประยุกต์ใช้ปุ๋ยซีโอไลต์ธรรมชาติเพื่อสนับสนุนการเติบโตของกล้าปาล์มน้ำมัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาประสิทธิภาพการดูดซับฟอสเฟตในน้ำเสียจากการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ด้วยซีโอไลต์ธรรมชาติ วิเคราะห์ด้วยวิธี Vanadomolybdophosphoric acid (VMPA) พบว่าปัจจัยการดูดซับที่เหมาะสม คือ เวลาการดูดซับ 30 นาที ซีโอไลต์ปริมาณ 1 กรัม ค่า pH 11.5 และพฤติกรรมการดูดซับฟอสเฟตด้วยซีโอไลต์ธรรมชาติ มีความสอดคล้องกับสมการ Freundlich isotherm (R2=0.98) มากกว่า Langmuir isotherm (R2=0.95) แสดงให้เห็นว่าลักษณะการดูดซับดังกล่าวเป็นแบบหลายชั้น หรือเป็นการดูดซับทางกายภาพมากกว่าทางเคมี และเมื่อประยุกต์ใช้ ซีโอไลต์ธรรมชาติดูดซับฟอสเฟตในน้ำเสียจากการซักผ้า พบว่าที่ปริมาณซีโอไลต์ 100 กรัม และ 250 กรัม หลังผ่านระบบกรองแบบน้ำไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง ที่เวลาการดูดซับ 30 นาที จะมีประสิทธิภาพการดูดซับมากที่สุด คือ 92.41% และ 88.61% ตามลำดับ จากการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ามีความสอดคล้องกับผลการศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการจริงเป็นอย่างดี ศึกษาการเจริญการเติบโตของกล้าปาล์มน้ำมันอายุ 2 เดือน หลังการใส่ปุ๋ยสูตรที่ 1 (ปุ๋ยเคมี 15-15-15) สูตรที่ 2 (ซีโอไลต์ธรรมชาติผ่านการดูดซับ 100 g/L) สูตรที่ 3 (ซีโอไลต์ธรรมชาติผ่านการดูดซับ 250 g/L) และสูตรที่ 4 (ชุดควบคุม) มีการวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (Completely randomized design, CRD) จำนวน 20 ซ้ำ ตลอดระยะเวลาการทดลอง 90 วัน ตรวจวัดทุกๆ 15 วัน ได้แก่ ความสูง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและจำนวนใบ จากการศึกษาพบว่าสูตรที่ 2 และสูตรที่ 3 สามารถทดแทนปุ๋ยเคมีสูตรที่ 1 ได้อย่างเท่าเทียมกัน เมื่อพิจารณาจากความสูง ขนาดเส้น รอบวง และจำนวนใบ อีกทั้งยังพบว่าสูตรที่ 2 และสูตรที่ 3 มีผลให้ต้นกล้าปาล์มน้ำมันมีการเจริญเติบโตที่ดีกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งในด้านความสูง ขนาดเส้นรอบวงของลำต้น และจำนวนใบอีกด้วย