การศึกษาสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้พะยูงโดยวิธีเสียบยอด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้พะยูงโดยวิธีเสียบยอดเป็นการศึกษาต่อเนื่องจากความสำเร็จในการผลิตกล้าให้ได้สายพันธุ์จากต้นแม่โดยการเสียบยอด เมื่อนำกล้าไม้เสียบยอดมาปลูกในพื้นที่จริงแล้วจะมีการเจริญเติบโตอย่างไร กล้าไม้ที่เสียบยอดแล้วจะต้องเลี้ยงไว้ในเรือนเพาะชำตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี ได้ทำการศึกษาสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้พะยูงโดยวิธีเสียบยอดทั้งหมด 6 แหล่ง กระจายในทุกภาค ได้แก่ 1) สถานีวนวัฒนวิจัยดงลาน จังหวัดขอนแก่น 2) สถานีวนวัฒนวิจัยราชบุรี จังหวัดราชบุรี 3) สถานีวนวัฒนวิจัยพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 4) สถานีวนวัฒนวิจัยสงขลา จังหวัดสงขลา 5) สถานีวนวัฒนวิจัยบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 6) สถานีวนวัฒนวิจัยพุแค จังหวัดสระบุรี แต่เนื่องจากระยะเวลาในการศึกษาสั้น แปลงสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ยังมีอายุ 1-2 ปี จึงขอรายงานผลเบื้องต้นของการเจริญเติบโตจากแหล่งสถานีวนวัฒนวิจัยดงลาน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีการเจริญเติบโตดีที่สุดจากแหล่งปลูกทั้งหมด ผลการศึกษาสวนผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้พะยูงโดยวิธีเสียบยอด ณ สถานีวนวัฒนวิจัยดงลาน จังหวัดขอนแก่น จากทั้งหมด 13 ถิ่นกำเนิดหรือแหล่งเมล็ด และกล้าเมล็ดอีก 1 ชุด แม่ไม้พะยูงจาก 13 ถิ่นกำเนิด ได้แก่ 1) ป่าสงวนแห่งชาติเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี 2) สวนป่าดงลาน จังหวัดขอนแก่น 3) สวนป่าซำแคน จังหวัดขอนแก่น 4) สถานีวนวัฒนวิจัยผานกเค้า จังหวัดขอนแก่น 5) สถานีวนวัฒนวิจัยพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 6)สถานีวนวัฒนวิจัยหมูสี จังหวัดนครราชสีมา 7) สถานีวนวัฒนวิจัยทรายทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 8) สวนป่าท่ากุ่ม โนโบรุ อุเมดะ จังหวัดตราด 9) สวนป่าคลองตะเกรา จังหวัดฉะเชิงเทรา 10) สถานีวนวัฒนวิจัยสงขลา จังหวัดสงขลา 11) สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา 12) ศูนย์วนวัฒนวิจัยภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี และ 13) สถานีวนวัฒนวิจัยกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร รวมจำนวนสายพันธุ์แม่ไม้ทั้งสิ้น 122 แม่ไม้ ผลปรากฏว่า กล้าไม้เสียบยอดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จริง รอยเชื่อมต่อระหว่างต้นตอและส่วนยอดค่อยๆ หายไปเป็นเนื้อเดียวกัน สำหรับการเจริญเติบโตเพิ่มพูนหลังการปลูก 1 ปี จากทุกแหล่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับคอดินเฉลี่ยระหว่าง 1.61 – 2.68 เซนติเมตร และความสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้นระหว่าง 0.93 – 1.70 เมตร โดยเมื่อพิจารณาถึงแหล่งเมล็ดแล้วพบว่าต้นไม้เสียบยอดที่มีการเจริญเติบโตดี 5 อันดับแรกได้แก่ กาญจนบุรี สงขลา คลองตะเกรา ซำแคน และ สะแกราช ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงสายพันธุ์แม่ไม้เสียบยอดที่มีการเจริญเติบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับคอดินที่ดีที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1) สวนป่าซำแคน (no 7) 5.60 ซม. 2) สถานีวนวัฒนวิจัยสงขลา (no 0) 4.40 ซม. 3) สวนป่าซำแคน (no 10) 4.10 ซม. 4) ศูนย์วนวัฒนวิจัยภาคกลาง (ไทรโยค no 27) 4.10 ซม. และ 5) ศูนย์วนวัฒนวิจัยภาคกลาง (ไทรโยค no 8) 4.00 ซม. ตามลำดับ ส่วนสายพันธุ์แม่ไม้ที่มีการเจริญเติบโตทางความสูงดีที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1) ศูนย์วนวัฒนวิจัยภาคกลาง (ไทรโยค no 15) 3.72 เมตร 2) สถานีวนวัฒนวิจัยหมูสี (no 30) 3.44 เมตร 3) ศูนย์วนวัฒนวิจัยภาคกลาง (ไทรโยค no 28) 3.42 เมตร 4) สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช (no 13) 3.12 เมตร และ 5) สถานีวนวัฒนวิจัยสงขลา (no 5) 3.10 เมตร ผลการศึกษาครั้งนี้ทำให้มีเมล็ดพันธุ์ไม้พะยูงจากการผสมข้ามสายพันธุ์จากแม่ไม้สายพันธุ์ดีสำหรับอนาคตเพื่อใช้ส่งเสริมการปลูกสร้างสวนป่าที่ประสบผลสำเร็จ