การสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาของแข็งชนิดเบสกลุ่มแคลเซียมอัลคอกไซด์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรายงานความก้าวหน้าของโครงการวิจัยในหัวข้อเรื่อง การสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาของแข็งชนิดเบสแคลเซียมอัลคอกไซด์ โดยในรายงานฉบับนี้จะกล่าวถึงผลการทดลองในส่วนของการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดแคลเซียมเมทอกไซด์ (Calcium methoxide, Ca(OCH3)2) ในการสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลภายใต้สภาวะอุณหภูมิสูง ซึ่งได้รายงานถึงวิธีการและสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดแคลเซียมเมทอกไซด์จากวัตถุดิบคือผงแคลเซียมคาร์บอเนต ผลการวิเคราะห์คุณสมบัติและเอกลักษณ์ของตัวเร่งปฏิกิริยา และผลการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดแคลเซียมเมทอกไซด์ที่เตรียมขึ้นจากสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลภายใต้สภาวะอุณหภูมิสูง นอกจากนี้ยังได้แสดงผลการศึกษาผลของสภาวะต่างๆในการสังเคราะห์กรดแล็กติก ได้แก่ อัตราส่วนโดยโมลระหว่างตัวเร่งปฏิกิริยากับกลีเซอรอลเริ่มต้น อุณหภูมิในการทำปฏิกิริยาและเวลาที่ใช้ในการทำปฏิกิริยา รวมถึงปัญหาที่พบและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม จากผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่า สภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดแคลเซียมเมทอกไซด์จากแคลเซียมคาร์บอเนต คือ เผาแคลเซียมคาร์บอเนตที่อุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2.5 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ได้ปริมาณแคลเซียมออกไซด์มากที่สุดถึง 91.3% จากนั้นนำแคลเซียมออกไซด์ที่ได้จากการเผาแคลเซียมคาร์บอเนตไปทำปฏิกิริยากับเมทานอลในเครื่องปฏิกรณ์แก้วที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 ชั่วโมง หลังจากระเหยเมทานอลและน้ำออกจากตัวเร่งปฏิกิริยาแล้วจึงจะได้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดแคลเซียมเมทอกไซด์ จากนั้นทำการสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลที่สภาวะต่างๆโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เตรียมได้ ซึ่งจากผลการสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลในเบื้องต้นพบว่า ถึงแม้ว่าค่าเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง (%Conversion) ของกลีเซอรอลไปเป็นผลิตภัณฑ์จะมีค่าสูงมากแต่ค่าผลได้ (%Yield) ของกรดแล็กติกยังมีค่าต่ำอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาหรือสภาวะที่ใช้ทำการทดลองในเบื้องต้นยังไม่เหมาะสม จึงต้องมีการตรวจสอบผลการทดลองในส่วนนี้เพิ่มเติม และนอกจากนี้ยังต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับการสังเคราะห์กรดแล็กติกจากกลีเซอรอลโดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดแคลเซียมเอทอกไซด์เพิ่มเติมด้วย