กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
กระบวนการผลิตสารไดเมทิลคาร์บอเนต (DMC) จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเมทานอล ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะกระทำภายในเครื่องปฏิกรณ์ชนิดแบบปั่นกวน (Auto-clave reactor) ถึงแม้จะว่าจะมีการเลือกใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพ แต่อัตราการเกิดสารไดเมทิลคาร์บอเนตยังอยู่ในปริมาณที่ต่ำ เนื่องจากน้ำที่เกิดจากปฏิกิริยาไปยับยั้งการดำเนินไปสมดุลของปฏิกิริยา ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงเป็นการพัฒนาและออกแบบกระบวนการสังเคราะห์ไดเมทิลคาร์บอเนต (Dimethyl Carbonate; DMC) จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเมทานอล บนเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่งและเปรียบเทียบกับเครื่องปฏิกรณ์เพอแวป-พอเรชันเมมเบรนร่วมกับการใช้สารดูดน้ำ (2-Cyanopyridine; 2-CP) โดยใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาซีเรีย (CeO2) ซึ่งการทดลองถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1. การสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาซีเรีย สามารถเตรียมได้ด้วย วิธี Hydrothermal method การเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยวิธีนี้ทำให้เกิดโครงสร้างรูพรุนแบบ mesopores (ขนาดรูพรุนอยู่ระหว่าง 2-50 นาโนเมตร) และ macropores (ขนาดรูพรุนมากกว่า 50 นาโนเมตร) ซึ่งการที่ตัวเร่งปฏิกิริยามีรูพรุนมีขนาดที่แตกต่างกันทั้งสองแบบนี้ มีส่วนสำคัญต่อการสังเคราะห์ไดเมทิลคาร์บอเนต 2. การวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของตัวเร่งปฏิกิริยา (Characterization) สามารถทดสอบด้วยเทคนิคต่างๆ ได้แก่ (2.1) การตรวจสอบลักษณะสัณฐาน (Morphology) ของตัวเร่งปฏิกิยาด้วยเทคนิคทางกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (Scanning Electron Microscopy; SEM) (2.2) การตรวจสอบความสามารถในการถูกรีดิวซ์ของตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยเทคนิค Temperature Programmed Reduction ด้วยก๊าซไฮโดรเจน (H2-TPR) (2.3) การตรวจสอบความสามารถในการคายซับของตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีตําแหน่งเป็นเบสด้วยเทคนิค Temperature Programmed Desorption (CO2-TPD) ด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (2.4) การตรวจสอบความเป็นกรดของพื้นผิวตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยเทคนิค Temperature Programmed Desorption (NH3-TPD) ด้วยก๊าซแอมโมเนีย (2.5) การวิเคราะห์หาพื้นที่ผิวจำเพาะของตัวเร่งปฏิกิริยาด้วยเทคนิค BET (Brunauer–Emmett–Teller) และ (2.6) การตรวจสอบลักษณะโครงสร้างผลึกของตัวเร่งปฏิกิริยา ด้วยเทคนิคการเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ (X-ray Diffractometer; XRD) 3. การทดสอบปฏิกิริยาการผลิตสารประกอบไดเมทิลคาร์บอเนต (DMC) จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเมทานอล (3.1) ในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง (Catalytic packed-bed reactor) โดยใช้และไม่ใช้สารดูดน้ำ 2-CP ซึ่งปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อผลิตสารประกอบไดเมทิลคาร์บอเนต (DMC) ได้แก่ อัตราส่วนสารตั้งต้น CH3OH:CO2 ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา อุณหภูมิในการทำปฏิกิริยา และความดัน พบว่า การใช้สารดูดน้ำ 2-CP มีส่วนช่วยในการเกิดปฏิกิริยาการผลิตไดเมทิลคาร์บอเนตอย่างมาก โดยสารดูดน้ำ 2-CP สามารถจับกับหมู่ฟังก์ชันไฮดรอกไซด์ไอออนและไฮโดรเจนไอออนบนพื้นผิวของตัวเร่งปฏิกิริยาได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกันกับอัตราส่วนของเมทานอลต่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เท่ากับ 1:1 อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส ปริมาณตัวเร่งปฏิกิริยา 1 กรัม และความดัน 10 บาร์ เกิดสภาวะการทดลองดีที่สุด คิดเป็นอัตราการผลิตไดเมทิลคาร์บอเนตเฉลี่ย 1.47 กรัมต่อกรัมตัวเร่งปฏิกิริยาต่อชั่วโมง (3.2) ในเครื่องปฏิกรณ์เครื่องปฏิกรณ์แบบ PDMS เมมเบรน (Catalytic membrane reactor) ร่วมกับการใช้สารดูดน้ำ 2-CP สภาวะในการทดสอบที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส อัตราส่วนของ CH3OH:CO2 เท่ากับ 1:1 ความดัน 10 บาร์ ตัวเร่งปฏิกิริยาเคลือบบน Monolith และ ความหนาของ PDMS membrane เท่ากับ 0.2032 มิลลิเมตร พบว่าอัตราการผลิต DMC เท่ากับ 0.1509 กรัมต่อกรัมตัวเร่งปฏิกิริยาต่อชั่วโมง (ด้านสารป้อน) และ 0.8543 กรัมต่อกรัมตัวเร่งปฏิกิริยาต่อชั่วโมง (ด้านซึมผ่าน) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาค่าความบริสุทธิ์ของสารผลิตภัณฑ์ (ด้านซึมผ่าน) พบว่า ค่าความบริสุทธิ์ของเมทานอลลดลงจาก 48.42 เปอร์เซ็นต์ เป็น 33.99 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ค่าความบริสุทธิ์ของ DMC เพิ่มขึ้นจาก 51.57 เปอร์เซ็นต์ เป็น 66.00 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบความบริสุทธิ์ของสารผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์แบบเบดนิ่ง พบว่า ค่าความบริสุทธิ์ของเมทานอล และ DMC เท่ากับ 42.75 และ 53.63 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
เครื่องปฏิกรณ์ในระดับห้องปฏิการแบบเพอแวปพอเรชันเมมแบรน เคลือบด้วยตัวเร่งปฏิกิริยา CeO2-ZrO2 สำหรับกระบวนการสังเคราะห์ DMC จาก CO2 และเมทานอล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเชิงปฏิกิริยาในด้าน %Conversion, %Selectivity และ %Yield โดยการรวมหน่วยปฏิกิริยา (Reactor Unit) และหน่วยแยกสาร (Separator Unit) ภายในหน่วยเดียวกัน
งานวิจัยนี้ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัย Imperial College London (Prof. Kang Li) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านการขึ้นรูปวัสดุเซรามิกส์เมมแบรน ดังจะเห็นได้จากวารสาร หลายเรื่องที่ผ่านมา เช่น - Tatiya Khamhangdatepona, Vut Tongnan, Matthew Hartley ,Thana Sornchamni, Nuchanart Siri-Nguan, Navadol Laosiripojana, Kang Li, Unalome Wetwatana Hartley, Mechanisms of synthesis gas production via thermochemical cycles over La0?3Sr0?7Co0?7Fe0?3O3, International Journal of Hydrogen Energy, Available online 21 January 2020, In Press. - Tao Li, Tatiya Kamhangdatepon, Bo Wang, Unalaome Wetwatana Hartley, Kang Li, “New bio-inspired desigm for high-performance and highly robust La0.6Sr0.4Co0.2Fe0.8O3 membrane for oxygen permeation”, Journal of membrane, 578 (2019), 203-208 - T. Li, M.F. Rabuni, L. Kleiminger, B. Wang, G.H. Kelsall, U.W.Hartley and K. Li?, “A highly robust solid oxide fuel cell (SOFC): simultaneous greenhouse gas treatment and clean energy generation”, Energy & Environmental Science, 9, (2016), 3682-3686เป็นต้น และนอกจากนี้ ทีมผู้วิจัยยังมีประสบการณ์การขึ้นรูปเซรามิกส์เมมแบรน จากการไปดูงานที่ Imperial College London ผ่านโครงการ Industry Academia Partnership Programme ทุน Newton Fund (ปี 2559-2560) ขณะที่ในห้องปฏิบัติการของผู้วิจัยเอง ยังมีความพร้อมด้านเครื่องวิเคระห์ต่างๆ เช่น เครื่องวิเคราะห์แก๊ส Gas Chromatography (TCD & FID) และ Mass spectrometer อีกทั้งในด้านตัวเร่งปฏิกิริยาผู้วิจัยเองมีความเชี่ยวชาญในด้านการเตรียมตัวเร่งปฏิกริยา CeO2-ZrO2 ในระดับบนาโน และมีรายการตีพิมพ์ผลงานเพื่อเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติมาแล้ว
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
ผลิตสารไดเมทิลคาร์บอเนต (Dimethyl carbonate, DMC) เพื่อทดแทนสาร MTBE แต่ปัญหาที่สำคัญของการผลิต DMC คือ อัตราการเกิดปฏิกิริยายังอยู่ในปริมาณที่ต่ำ เนื่องจากเกิดสารผลิตภัณฑ์ข้างเคียง แนวทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต DMC คือ การประยุกต์ใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบเพอแวปพอเรชันเมมแบรน เพื่อแยกสารผลิตภัณฑ์ข้างเคียงออกจากระบบ จึงเป็นแนวหนึ่งในการเพิ่มผลิต DMC
สาร Methyl tertiary-butyl ether (MTBE) ถูกนำมาใช้เป็นสารเติมแต่งในน้ำมันดีเซล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุผิว มีผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ และคลื่นไส้อาเจียนได้ในลักษณะพิษเฉียบพลัน ดังนั้น สารไดเมทิลคาร์บอเนต (Dimethyl carbonate, DMC) จึงถูกนำมาใช้แทนสาร MTBE เนื่องจากสารไดเมทิลคาร์บอเนตมีออกซิเจนเป็นประกอบมากกว่าร้อยละ 50 ซึ่งมากกว่า Methyl tertiary-butyl ether (MTBE) ถึง 3 เท่า จึงสามารถนำมาใช้ทดแทนเป็นสารเติมแต่งในน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซีน ช่วยลดการเกิดเขม่าในเครื่องยนต์ และช่วยลดผลกระทบของสาร MTBE ที่อาจจะเกิดขึ้นได้