Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2554

การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์แบบตัวเร่งเมมเบรนซีโอไลต์ SUZ-4 เพื่อใช้ในการกำจัดก๊าซ NOx

ไพศาล คงคาฉุยฉาย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ทำการสังเคราะห์เมมเบรนซีโอไลต์ SUZ-4 โดยใช้ท่อมัลไลต์เป็นตัวรองรับ เพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยารีดักชันไนโตรเจนออกไซด์ การทดลองเริ่มจากสังเคราะห์ซีโอไลต์ SUZ-4 โดยใช้เถ้าแกลบเป็นวัตถุดิบร่วมกับสารเคมีอื่น จากนั้นนำมาเคลือบบนท่อมัลไลต์ด้วยเทคนิคปั่นเคลือบ ใช้พอลิเอมีนเป็นตัวช่วยเพิ่มการยึดเหนี่ยวระหว่างตัวรองรับกับซีโอไลต์ จากการทดลองพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการปั่นเคลือบ คือ ใช้เวลาปั่นเคลือบ 15 นาที ใช้สารละลายพอลิเอมีนเข้มข้น 4 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก ทำให้ได้ปริมาณ SUZ-4 เกาะบนตัวรองรับมากที่สุด 0.058 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนักต่อการเคลือบ 1 ครั้งและได้ชั้นเมมเบรนหนา 20?4 ไมโครเมตร เมื่อทำการเคลือบซ้ำจะได้ชั้นเมมเบรนที่หนาขึ้นประมาณ 20 ไมโครเมตรต่อการซ้ำ 1 ครั้ง ชั้นเมมเบรนที่ได้มีพื้นที่ผิวจำเพาะอยู่ในช่วง 17.6-23.1 ตารางเมตร/กรัม และมีรูปแบบการกระจายของรูพรุนแบบ 3 ช่วง โดยมีขนาดเฉลี่ยอยู่ในช่วง 20-80 อังสตรอม เมื่อนำท่อที่ผ่านการเคลือบ 3 ครั้งไปทดสอบการแพร่ของก๊าซเดี่ยว H2, CO, O2, N2 และ NO และก๊าซผสม H2/ NO, H2/ N2, H2/ O2, CO/ NO, CO/ N2 และ CO/ O2 ที่อุณหภูมิ 30-150oC พบว่าความสามารถในการแพร่ผ่านของก๊าซทุกตัวที่ทดสอบมีแนวโน้มแบบเดียวกัน คือ ความสามารถในการแพร่ผ่านเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดหลังจากนั้นจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ในการแยกก๊าซผสมเมื่อเปรียบเทียบผลของอุณหภูมิต่อค่า Selectivity กับค่า Ideal selectivity ของก๊าซแต่ละคู่ พบว่ามีค่าไม่เท่ากันแต่มีผลในแนวโน้มเดียวกัน และพบว่าที่ช่วงอุณหภูมิ 120-150oC จะเริ่มปฏิกิริยารีดักชัน NO ผลการทดสอบการทำปฏิกิริยา NO Reduction ที่ 350 ?C ด้วยเครื่องปฏิกรณ์เมมเบรน Cu/SUZ-4 โดยมีปริมาณ Cu 5.5 wt. % พบว่าให้ค่า NO Conversion เฉลี่ยในช่วง 240 นาที เท่ากับ 50 % ซึ่งต่ำกว่าผลที่ได้จากการใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบ Packed Bed ภายใต้สภาวะการทำปฏิกิริยาเดียวกัน ทำการสังเคราะห์เมมเบรนซีโอไลต์ SUZ-4 โดยใช้ท่อมัลไลต์เป็นตัวรองรับ เพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยารีดักชันไนโตรเจนออกไซด์ การทดลองเริ่มจากสังเคราะห์ซีโอไลต์ SUZ-4 โดยใช้เถ้าแกลบเป็นวัตถุดิบร่วมกับสารเคมีอื่น จากนั้นนำมาเคลือบบนท่อมัลไลต์ด้วยเทคนิคปั่นเคลือบ ใช้พอลิเอมีนเป็นตัวช่วยเพิ่มการยึดเหนี่ยวระหว่างตัวรองรับกับซีโอไลต์ จากการทดลองพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการปั่นเคลือบ คือ ใช้เวลาปั่นเคลือบ 15 นาที ใช้สารละลายพอลิเอมีนเข้มข้น 4 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนัก ทำให้ได้ปริมาณ SUZ-4 เกาะบนตัวรองรับมากที่สุด 0.058 เปอร์เซนต์โดยน้ำหนักต่อการเคลือบ 1 ครั้งและได้ชั้นเมมเบรนหนา 20?4 ไมโครเมตร เมื่อทำการเคลือบซ้ำจะได้ชั้นเมมเบรนที่หนาขึ้นประมาณ 20 ไมโครเมตรต่อการซ้ำ 1 ครั้ง ชั้นเมมเบรนที่ได้มีพื้นที่ผิวจำเพาะอยู่ในช่วง 17.6-23.1 ตารางเมตร/กรัม และมีรูปแบบการกระจายของรูพรุนแบบ 3 ช่วง โดยมีขนาดเฉลี่ยอยู่ในช่วง 20-80 อังสตรอม เมื่อนำท่อที่ผ่านการเคลือบ 3 ครั้งไปทดสอบการแพร่ของก๊าซเดี่ยว H2, CO, O2, N2 และ NO และก๊าซผสม H2/ NO, H2/ N2, H2/ O2, CO/ NO, CO/ N2 และ CO/ O2 ที่อุณหภูมิ 30-150oC พบว่าความสามารถในการแพร่ผ่านของก๊าซทุกตัวที่ทดสอบมีแนวโน้มแบบเดียวกัน คือ ความสามารถในการแพร่ผ่านเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดหลังจากนั้นจะลดลงเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น ในการแยกก๊าซผสมเมื่อเปรียบเทียบผลของอุณหภูมิต่อค่า Selectivity กับค่า Ideal selectivity ของก๊าซแต่ละคู่ พบว่ามีค่าไม่เท่ากันแต่มีผลในแนวโน้มเดียวกัน และพบว่าที่ช่วงอุณหภูมิ 120-150oC จะเริ่มปฏิกิริยารีดักชัน NO ผลการทดสอบการทำปฏิกิริยา NO Reduction ที่ 350 ?C ด้วยเครื่องปฏิกรณ์เมมเบรน Cu/SUZ-4 โดยมีปริมาณ Cu 5.5 wt. % พบว่าให้ค่า NO Conversion เฉลี่ยในช่วง 240 นาที เท่ากับ 50 % ซึ่งต่ำกว่าผลที่ได้จากการใช้เครื่องปฏิกรณ์แบบ Packed Bed ภายใต้สภาวะการทำปฏิกิริยาเดียวกัน

คำสำคัญ

ซีโอไลต์เครื่องปฏิกรณ์แบบเมมเบรนไนโตรเจนออกไซด์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ชนิด SUZ-4 ที่ขึ้นรูปเป็นเมมเบรนสำหรับปฏิกิริยารีดักชันไนโตรเจนออกไซด์ในไอเสียที่มีออกซิเจน

พัชรินทร์ วรธนกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2554

การผลิตไดเอทิลอีเทอร์เพื่อใช้ในเครื่องยนต์ดีเซลจากเอทานอลด้วยปฏิกิริยาดีไฮเดรชันแบบใช้ตัวเร่งซีโอไลต์ชนิด SUZ-4 ที่มีองค์ประกอบของซิลิกอนไดออกไซด์จากเถ้าแกลบ

สุพรรณี จันทร์ภิรมณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2564

โครงการการสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์ชนิดSUZ-4ที่ขึ้นรูปเป็นเมมเบรนสำหรับปฏิกิริยารีดักชันไนโตรเจนออกไซด์ไนไอเสียที่มีออกซิเจน

พัชรินทร์ วรธนกุล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2554

การเตรียมและสังเคราะห์วัสดุรองรับที่เคลือบตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการกำจัดแก๊สฟอร์มาลดีไฮด์ และการออกแบบผลิตภัณฑ์และประเมินผลการกำจัดแก๊สฟอร์มมาลดีไฮด์ในโรงงานอุตสาหกรรม

กิตติศักดิ์ชัย แนมจันทร์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

โครงการพัฒนาเมมเบรนที่มีคุณสมบัติพิเศษในการแยกก๊าซผสมจากพอลิเบนซอกซาซีนและไออนของโลหะไฮบริดคอมพอสิท

ธัญญลักษณ์ ฉายสุวรรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การประยุกต์ใช้ชุดอุปกรณ์เติมแก๊สออกซิเจนหัวเผาเวนจูรีในเตาเผาผลิตภัณฑ์เซรามิก

ยุทธพงษ์ นาคโสภณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2560

การเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาซีเรียที่เจือด้วยแพลตินัม จากสารประกอบโลหะเชิงซ้อน เพื่อใช้ในปฏิกิริยาสตีมรีฟอร์มมิงของมีเทน สำหรับผลิตแก๊สไฮโดรเจน

ฉัตรชัย วีระนิติสกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2553

โครงการ การเตรียมซีเรียบริสุทธิ์และซีเรียที่เจือด้วยพาลาเดียมจากการสลายตัว ทางความร้อนของสารประกอบโลหะเชิงซ้อนเพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ในปฏิกิริยาสตีมรีฟอร์มมิงของมีเทนสำหรับผลิตแก๊สไฮโดรเจน

ฉัตรชัย วีระนิติสกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2556

การผลิตเครื่องมือกำจัดก๊าซไฮโดรเจนโดยใช้ Flux Injection [Flux Injection Degassing Unit] สำหรับใช้ในกระบวนการหล่อหลอมโลหะอะลูมิเนียมผสม

ฐาปนีย์ อุดมผล สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2552

ฝาครอบเตาแก๊สชนิดวัสดุพรุนเซลลูลาร์เปิดคอร์ดิไรท์อะลูมินา

ปรีชา ขันติโกมล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2558