Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงโอกาสจากนักท่องเที่ยวจากประเทศสมาชิกอาเซียน กรณีศึกษาจังหวัดสุรินทร์กับราชอาณาจักรกัมพูชา

ศิวาพร พยัคฆนันท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัย เรื่อง การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงโอกาสจากนักท่องเที่ยวจากประเทศสมาชิกอาเซียน กรณีศึกษาจังหวัดสุรินทร์กับราชอาณาจักรกัมพูชา มีวัตถุประสงค์ เพื่อ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความต้องการการใช้บริการธุรกิจท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่เดินทางมาจังหวัดสุรินทร์ เพื่อศึกษาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวที่มีต่อการให้บริการนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่เดินทางมาจังหวัดสุรินทร์ การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงโอกาสจากนักท่องเที่ยวจากประเทศกัมพูชาที่เดินทางมาจังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ คณะผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงประมาณ ดังมีรายละเอียด ดังนี้ ทั้งนี้ ผู้วิจัยใช้การศึกษาด้วยวิธีวิจัยเชิงประมาณ เก็บข้อมูลจากนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา โดยสุ่มเลือกกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม จำนวน 4 ตอน โดยการใช้มาตรส่วนประมาณค่า และประมวลผลข้อมูลทางสถิติโดยใช้โปรแกรมสถิติสำเร็จรูป สรุปผล คือ กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามเป็นเพศหญิง จำนวน 259 ราย (คิดเป็นร้อยละ 64.8) มีอายุระหว่าง 31-40 ปี จำนวน 178 คน (คิดเป็นร้อยละ 44.5) การศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 259 คน (คิดเป็นร้อยละ 64.8) มีอาชีพธุรกิจส่วนตัว จำนวน 180 คน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสแล้ว จำนวน 227 คน (คิดเป็นร้อยละ 56.8) มีรายได้ระหว่าง 30,001-40,000 บาท จำนวน 144 คน (คิดเป็นร้อยละ 36.0) ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภค จำนวน 163 คน (คิดเป็นร้อยละ 40.7) รองลงมาได้แก่ เพื่อพักผ่อน/เที่ยว/ทัศนศึกษา จำนวน 77 คน (คิดเป็นร้อยละ 19.3) มีผู้ร่วมเดินทางระหว่าง 4-5 คน จำนวน 113 คน (คิดเป็นร้อยละ 28.2) มีลักษณะการเดินทางพร้อมกับครอบครัว จำนวน 280 คน (คิดเป็นร้อยละ 70.0) มีลักษณะการเดินทางด้วยเดินทางด้วยตนเอง จำนวน 268 คน (คิดเป็นร้อยละ 67.0) ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นพาหนะในการเดินทาง จำนวน 160 คน (คิดเป็นร้อยละ 40.0) มีความถี่ในการเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ 1 ครั้ง/ปี จำนวน 156 คน (คิดเป็นร้อยละ 39.0) มีระยะเวลาในการเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดคือไม่ค้างคืน จำนวน 209 คน (คิดเป็นร้อยละ 52.2) เลือกที่พักเป็นห้องพักราคาประหยัด จำนวน 215 คน (คิดเป็นร้อยละ 53.75) รองลงมาได้แก่ โรงแรม จำนวน 165 คน (คิดเป็นร้อยละ 41.25) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เคยใช้บริการท่องเที่ยวธุรกิจห้างสรรพสินค้า/ร้านค้า จำนวน 326 คน (คิดเป็นร้อยละ 81.5) รองลงมาได้แก่ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร/ธุรกิจขนส่ง จำนวน 171 คน (คิดเป็นร้อยละ 42.8) ใช้บริการธุรกิจห้างสรรพสินค้า/ร้านค้าบ่อยที่สุด จำนวน 209 คน (คิดเป็นร้อยละ 52.3) รองลงมาได้แก่ โรงแรมหรือที่พัก จำนวน 153 คน (คิดเป็นร้อยละ 38.3) มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อครั้งต่ำกว่า 3,000 บาท จำนวน 206 คน (คิดเป็นร้อยละ 51.5) รองลงมาได้แก่ ระหว่าง 3,001-5,000 บาท จำนวน 101 คน (คิดเป็นร้อยละ 25.3) ได้รับข้อมูลข่าวสารจากครอบครัว/เพื่อน จำนวน 199 คน (คิดเป็นร้อยละ 49.8) รองลงมาได้แก่จาก อินเตอร์เน็ต จำนวน 122 คน (คิดเป็นร้อยละ 30.5) มีเหตุผลในการเดินทางมาจังหวัดสุรินทร์เนื่องจากสาธารณูปโภคและการคมนาคมมีความพร้อม สามารถเดินทางได้สะดวก จำนวน 309 คน (คิดเป็นร้อยละ 77.3) รองลงมาได้แก่ มีความปลอดภัย จำนวน 262 คน (คิดเป็นร้อยละ 65.5) และนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามทุกคนมีความต้องการมาเที่ยวจังหวัดสุรินทร์อีกครั้ง ทั้งสิ้น 400 คน (คิดเป็นร้อยละ 100) ข้อมูลเรื่องศักยภาพของธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นว่าศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.55 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ปัจจัยด้านการจัดจำหน่าย มีค่าเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 3.76 รองลงมาได้แก่ ปัจจัยด้านบุคคลหรือพนักงาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.70 ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.62 โดยมีศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51 ด้านราคาอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.53 ด้านการจัดจำหน่ายอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.76 ด้านการส่งเสริมการตลาดอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.62 ด้านบุคคลหรือพนักงานอยู่ในระดับมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.70 ด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทางกายภาพอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.23 ด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51 และพบว่าความสำเร็จทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.58 โดยนักท่องเที่ยวสามารถจดจำชื่อธุรกิจท่องเที่ยวและอธิบายรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.96 รองลงมาได้แก่ เลือกใช้บริการ/ซื้อสินค้าจากธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.81 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวที่มีการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักท่องเที่ยวที่มีรายได้ต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับศักยภาพของธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ในภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนผลการเปรียบเทียบระหว่างพฤติกรรมการท่องเที่ยวกับศักยภาพของธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า นักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์ของการเดินทางมาเที่ยวต่างกันมีความคิดเห็นต่อศักยภาพของธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ ในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระหว่างศักยภาพของธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์กับความสำเร็จของธุรกิจตลาดท่องเที่ยวในจังหวัดสุรินทร์ พบว่ามีความสัมพันธ์กันอยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยพบว่า พบว่า มีศักยภาพ เพียง 1 ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จทางการตลาดของธุรกิจท่องเที่ยว ในจังหวัดสุรินทร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ได้แก่ ปัจจัยด้านบุคคล/พนักงาน

คำสำคัญ

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกลยุทธ์ทางการตลาดธุรกิจท่องเที่ยวMarketing Strategy Tourism Business Asain Economic Community

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การสร้างกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจท่องเที่ยว กรณีศึกษาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย

ภิเษก ชัยนิรันดร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2558

กลยุทธ์การจัดการการตลาดการท่องเที่ยวโดยเส้นทางรถไฟกรุงเทพมหานครถึงนครราชสีมาเพื่อรองรับการพัฒนา ของระบบการคมนาคมขนส่งทางรางของประเทศไทย

กรองทิพย์ ชัยชาญ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2561

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดการท่องเที่ยวไทย

นาฬิกอติภัค แสงสนิท วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2558

ศึกษาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน

พจนา สวนศรี สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน พ.ศ. 2559

การพัฒนากลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยว เพื่อยกระดับศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

นิศารัตน์ โชติเชย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559

พฤติกรรมและส่วนประสมทางการตลาดที่มีต่อการท่องเที่ยววิถีไทยของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือของประเทศไทย

เบญญาภา กันทะวงศ์วาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2559

การจัดทำกลยุทธ์การตลาดเพื่อการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวทางเรือยอร์ช

ประพัฒชนม์ จริยะพันธุ์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) พ.ศ. 2563

กลยุทธ์ทางการตลาดของการท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมมลายู ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา

ปาริชาติ วิสุทธิสมาจาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2562

การศึกษาความต้องการของตลาดที่มีศักยภาพเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน ในประเทศไทยและอาเซียน

ฐิติ ฐิติจำเริญพร มหาวิทยาลัยพายัพ พ.ศ. 2559

กลยุทธ์ทางการตลาดที่ใช้ในการปฏิบัติการของธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศในเขตจังหวัดภูเก็ต

ณิชชา ปะณะรักษ์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ พ.ศ. 2561