แนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอการปรับแก้กฎหมายเพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทย เนื่องจากที่ผ่านมายังมีข้อกล่าวหาว่าจากบางประเทศที่นำเข้าสินค้านี้ว่ายังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมนี้ อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่สำคัญของไทย ซึ่งสร้างรายได้จากการส่งออกในปี 2560 ถึง 105,637 ล้านบาท หรือเกือบร้อยละ 20 ของมูลค่าการส่งออกอาหารของไทย ในระยะหลังอุตสาหกรรมนี้พึ่งแรงงานข้ามชาติเป็นอย่างมาก ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงควรต้องเรียนรู้ที่จะจัดการปัญหาแรงงานข้ามชาติอย่างเหมาะสม เพื่อที่สร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมนี้จะยังเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศได้อย่างยั่งยืน จากการวิเคราะห์ช่องว่างทางกฎหมาย/กติกา พบว่าไทยยังไม่ได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) มาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรของไทย (GAP) ก็ยังไม่ได้ครอบคลุมมาตรฐานด้านสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและข้อกำหนดด้านแรงงานบังคับ รวมถึงไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมการเรียกเก็บค่าบริการการส่งออกแรงงานในประเทศต้นทางคณะผู้วิจัยได้จัดทำนโยบาย/ข้อเสนอเพื่อการแก้ไขกฎหมายในประเด็นต่างๆ โดยประเด็นที่ฝ่ายต่างๆ ให้ความสำคัญสูงสุดคือระยะเวลาการทำงานในฟาร์ม ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่านายจ้างบางรายให้คนงานให้ทำงานในเวลาที่ยาวนานกว่าชั่วโมงการทำงานปกติ และมีการละเมิดสิทธิวันหยุด ที่ผ่านมาผู้ผลิตไก่เนื้อรายใหญ่หลายรายแก้ปัญหานี้โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบกะ และติดตั้งเทคโนโลยีในการติดตามดูไก่ในเล้า ซึ่งช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องให้คนงานอยู่เฝ้าเล้าเกือบตลอดเวลาดังเช่นในอดีต รวมทั้งเสนอแก้กฎหมายให้มีความยืดหยุ่นสำหรับนายจ้างมากขึ้น เช่น ให้สามารถขยายเวลาพักในระหว่างวันทำงานเพื่อยืดระยะเวลารวมที่คนงานแต่ละกะอยู่ที่เล้าได้นานขึ้น รวมถึงข้อเสนอระบบสะสมวันหยุดที่ทำให้คนงานสามารถทำงานติดต่อกันนานขึ้นกว่าในระบบการจ้างงานปกติที่ต้องมีวันหยุดทุกสุดสัปดาห์ คณะผู้วิจัยสนับสนุนการพิจารณาปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับธรรมชาติของแต่ละอุตสาหกรรมมากขึ้นตามที่นายจ้างเสนอ แต่ก็เสนอด้วยว่าการปรับแก้กฎหมายที่มีผลกระทบต่อเงื่อนไขการจ้างงานหรือคุณภาพชีวิตของคนงาน ในด้านลบนั้น ควรต้องชดเชย/เพิ่มผลประโยชน์ให้แก่คนงานอย่างยุติธรรมด้วย นอกจากนี้ การวิจัยยังพบปัญหาใหญ่อีกประการหนึ่งคือ คนงานต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้นายหน้าในประเทศต้นทาง นอกจากนี้ แรงงานข้ามชาติมักขาดความรู้ด้านสิทธิของแรงงาน และไม่ทราบหรือมักเข้าช่องทางร้องเรียนในกรณีที่มีข้อพิพาทกับนายจ้าง