กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของเวลาในการทรีตที่เวลาต่างกันคือ 0, 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 นาที โดยกระบวนการสปาร์คด้วยโลหะสามชนิดร่วมกันซึ่งได้แก่ไทเทเนียม, คอปเปอร์, และอะลูมิเนียม บนฟิล์มพอลิไวนิลคลอไรด์ (Poly(Vinyl Chloride); PVC) เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมของฟิล์มพอลิไวนิลคลอไรด์นาโนคอมโพสิตที่สามารถลดช่องว่างระหว่างพลังงานแสง (Energy band gap), สามารถดูดแก๊สเอทิลีนและยืดอายุการเก็บรักษาของกล้วยหอมทองได้ ผลการวิเคราะห์ลักษณะของฟิล์มพอลิไวนิลคลอไรด์นาโนคอมโพสิตที่ผ่านการทรีตด้วยกระบวนการสปาร์คในทุกสภาวะพบว่าในการวิเคราะห์สัณฐานวิทยาโดยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดชนิดฟิลด์อีมิสชัน (FE-SEM) แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาในฟิล์มนาโนคอมพอสิตโดยฟิล์มพีวีซีที่ผ่านกระบวนการสปาร์คที่เวลา 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 นาที ส่งผลให้มีอนุภาคโลหะออกไซด์นาโนมีปริมาณที่มากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้พบว่าฟิล์มที่ผ่านการสปาร์คในสภาวะที่ 50 นาที เมื่อนำไปวิเคราะห์พื้นผิวของฟิล์มโดยเทคนิค (AFM) ซึ่งพบว่าอนุภาคโลหะออกไซด์นาโนที่กระจายอยู่บนฟิล์มยังทำให้ฟิล์มมีความขรุขระเพิ่มขึ้น และพบว่าฟิล์มที่ผ่านการสปาร์คในสภาวะที่ 50 นาที ยังสามารถลดค่าช่องว่างระหว่างพลังงานแสงได้ถึง 1.93 eV โดยพิจารณาจากการทดสอบสมบัติโฟโต คะตะไลติกโดยเทคนิค UV-VIS และจากผลวิเคราะห์การดูดซับแก๊สเอทิลีนโดยเทคนิค (GC) ฟิล์มพอลิไวนิลคลอไรด์ นาโนคอมโพสิตที่ผ่านการทรีตในสภาวะที่ 50 นาที สามารถดูดแก๊สเอทิลีนได้ อีกทั้งยังสามารถยืดอายุการเก็บรักษาของกล้วยหอมทองได้จาก 9 วันเป็น 18 วัน คำสำคัญ: ตัวดูดซับเอทิลีน, โลหะออกไซด์นาโน, กระบวนการสปาร์ค, กล้วย, ฟิล์มพอลิไวนิลคลอไรด์
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. Representative of the deliverable demonstrated in relevant environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness