การทดสอบปืนเล็กยาวขนาด 9 มิลลิเมตร เพื่อรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ปืนเล็กยาวขนาด 9 มิลลิเมตร เป็นปืนที่ใช้กระสุนขนาด 9 มิลลิเมตร มีการใช้งานในหน่วยทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานฝ่ายพลเรือนด้านการปกครอง และด้านการรักษาทรัพยากรของชาติเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารจึงได้ดำเนินโครงการวิจัยพัฒนาปืนเล็กยาวขนาด 9 มิลลิเมตร เพื่อให้สามารถเข้าสู่สายการผลิตให้กับกองทัพ และหน่วยใช้งาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาและการจัดหาจากต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้มีการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์เพื่อเป็นหลักในการตรวจสอบ ทดสอบ และการรับรองมาตรฐานทางทหาร ผลงานวิจัยพัฒนาและสิ่งประดิษฐ์ทางทหาร ที่เป็นยุทโธปกรณ์หรือสิ่งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องที่ใช้งานร่วมกันได้ตั้งแต่สองเหล่าทัพขึ้นไป ให้มีมาตรฐานสามารถนำไปสู่สายการผลิตและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โครงการนี้เป็นการทดสอบปืนเล็กยาวขนาด 9 มิลลิเมตร (NIN9) เพื่อรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม โดยทำการตรวจและทดสอบตามเกณฑ์มาตรฐานยุทโธปกรณ์ กระทรวงกลาโหม ว่าด้วยอาวุธปืน ประเภทปืนเล็ก และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกี่ยวกับปืนนี้ให้กับบุคลากรของกองทัพในระดับผู้ปฏิบัติ จากการตรวจและทดสอบพบว่าขนาดปืน, มิติ, น้ำหนัก, ศูนย์เล็ง, ลักษณะทางกายภาพ และอุปกรณ์เสริมเป็นไปตามคู่มือ สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน การเกิดประกายไฟและเขม่าควันจากการยิงไม่มากกว่าปืนที่ใช้ในกองทัพ ระดับเสียงของปืนเฉลี่ย 108.2 เดซิเบล มีการสะท้อนถอยหลังมีค่าเฉลี่ย 6.681 ฟุต-ปอนด์ ลักษณะความแม่นยำและการกระจายตัวของกลุ่มกระสุนเฉลี่ย 0.91 มิลลิเรเดียน และความเร็วต้นเฉลี่ยของกระสุนก่อนทำการยิงทนทาน 1,204.20 ฟุต/วินาที ตามลำดับ โดยหลังการทดสอบการยิงทนทาน จำนวน 6,000 นัด ทำให้ลักษณะความแม่นยำและการกระจายตัวของกลุ่มกระสุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.58 และความเร็วต้นเฉลี่ยของกระสุนลดลงร้อยละ 1.078 ตามลำดับ ในการทดสอบการใช้งานในสภาวะที่เป็นอุปสรรคปืน สามารถทำการยิงได้ปกติ ไม่มีอาการติดขัดทั้งในสภาวะอุณหภูมิสูง, สภาวะเปียกน้ำ, สภาวะเปรอะโคลน, สภาวะทรายและฝุ่น, สภาวะละอองเกลือ และการใช้งานในสภาวะน้ำเกลือ รวมถึงการยิงทำการยิงแบบฉับพลันและยิงในทิศทางต่างๆ นอกจากนี้ไม่เกิดการ Cookoff ระหว่างการทดสอบ