Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

การถ่ายทอดเทคโนโลยีการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยระบบฐานข้อมูล

วราภรณ์ ทนงศักดิ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ โครงการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยระบบฐานข้อมูล เป็นการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการใช้ประโยชน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ และสร้างพื้นที่ต้นแบบรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยระบบฐานข้อมูล กลุ่มเป้าหมายคือ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตำบลตะโหมด ตำบลนาปะขอ และตำบลจองถนน จังหวัดพัทลุง ชุมชน อสม. และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ มีกิจกรรมหลัก 9 กิจกรรม คือ (1) ให้ความรู้หลักการ แนวคิด ทฤษฎี การจัดการภัยพิบัติ (2) แนะนำโปรแกรมระบบฐานข้อมูลในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ (3) อบรมการใช้เครื่องระบุตำแหน่งบนพื้นโลกและแบบเก็บข้อมูล (4) เก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ และตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล (5) อบรมการนำเข้าข้อมูลในโปรแกรมระบบฐานข้อมูล พร้อมนำเข้าข้อมูลจากภาคสนาม (6) ทดลองใช้ระบบฐานข้อมูลรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ (7) ติดตามการใช้ระบบฐานข้อมูลรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ (8) ฝึกทักษะการดูแลระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และ (9) ถอดบทเรียนแนวทางการดูแลระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและการนำไปใช้ ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวทำให้ได้พื้นที่ต้นแบบในการใช้เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยระบบฐานข้อมูล ได้ระบบฐานข้อมูลในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สอดคล้องกับพื้นที่ และผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีทักษะการใช้ระบบฐานข้อมูลรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ แนวทางดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในมนุษย์จากสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการระดับกระทรวง ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564) และแผนยุทธศาสตร์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2560 – 2564 ที่เน้นให้มีการสร้าง/เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในการปรับตัว เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติธรรมชาติ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ.2556-2566 ในยุทธศาสตร์ความรู้ กลยุทธ์ 1.2 พัฒนาข้อมูลและระบบข้อมูลประชากรกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้เป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์ความรู้ระบุไว้ว่า หน่วยงานองค์กรและประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงและแนวทางการรับมือกับความเสี่ยงประเภทต่างๆ คำสำคัญ : การจัดการภัยพิบัติ อุทกภัย ระบบฐานข้อมูล สรุปผลการดำเนินงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วยระบบฐานข้อมูล ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงจำนวน 3 ตำบล ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือ ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด ตำบลจอง-ถนน อำเภอเขาชัยสน และตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว มีกิจกรรมการดำเนินงานที่สำคัญ 9 กิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 และกิจกรรมที่ 2 เป็นการถ่ายทอดและประเมินองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติการรับมือ และฐานข้อมูล และถ่ายทอดและประเมินองค์ความรู้โปรแกรมระบบฐานข้อมูลในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยโครงการได้ชี้แจงแผนการถ่ายทอดองค์ความรู้ของโครงการให้แก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลตะโหมด เทศบาลเขาหัวช้าง เทศบาลจองถนน องค์การบริหารส่วนตำบลนาปะขอ อสม. แกนนำสภาลานวัดตะโหมด แกนนำชุมชนจองถนน แกนนำชุมชนนาปะขอ ผู้เข้าร่วมมีความรู้ความเข้าใจในภัยพิบัติธรรมชาติ ลักษณะ สาเหตุการเกิด ผลกระทบจากภัยพิบัติ แนวทางการรับมือ ข้อจำกัดและอุปสรรคในการรับมือ รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ กิจกรรมที่ 3 เป็นการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือที่จำเป็นในการเก็บรวบรวมข้อมูล และประเมินทักษะการใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้เข้าร่วมที่มาจากหน่วยงานในพื้นที่ และอสม. มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้เครื่องมือเป็นอย่างดี ส่วนกลุ่มแกนนำชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจในการใช้เครื่องระบุพิกัดบนพื้นผิวโลก ได้ในระดับปานกลาง ส่วนแบบเก็บข้อมูลมีความเข้าใจเป็นอย่างดี กิจกรรมที่ 4 เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ โดยใช้เครื่อง GPS และแบบเก็บข้อมูล และติดตามตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องของข้อมูล ผู้เข้าอบรมได้วางแผนเพื่อแบ่งงานการเก็บข้อมูลตามความถนัดและพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบ ทั้งนี้พื้นที่ที่เก็บข้อมูลจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นหลัก พบว่า ทุกกลุ่มสามารถวางแผนและดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลครบถ้วน ถูกต้อง กิจกรรมที่ 5 เป็นการฝึกทักษะการนำเข้าข้อมูลในโปรแกรมระบบฐานข้อมูล พร้อมนำเข้าข้อมูลที่ได้จากการจัดเก็บ และประเมินทักษะการนำเข้าข้อมูลในโปรแกรมระบบฐานข้อมูล ส่วนใหญ่ผู้เข้าร่วมที่มาจากหน่วยงานและแกนนำชุมชน เข้าใจหลักการของโปรแกรมและสามารถนำเข้าข้อมูลได้ในทันที ส่วนอสม. จะมีความเข้าใจโปรแกรมและสามารถนำเข้าข้อมูลได้ปานกลาง เนื่องจากไม่มีความคล่องแคล่วในการใช้คอมพิวเตอร์ จึงต้องใช้การฝึกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความชำนาญ กิจกรรมที่ 6 เป็นการทดลองใช้ระบบฐานข้อมูลรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติและประเมินทักษะการใช้ระบบฐานข้อมูลรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของผู้เข้าร่วม ทั้ง 3 พื้นที่ พบว่า ในสถานการณ์ช่วงก่อนเกิดภัย ผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลในการรับมือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ในระดับปานกลาง (ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล 2 ด้าน จากทั้งหมด 5 ด้าน) คือ ด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน และด้านประชากร (ผู้สูงอายุ) ส่วนการรับมือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ในช่วงขณะเกิดอุทกภัย ผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะส่วนใหญ่ ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลในการรับมือแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ในระดับปานกลาง (ใช้ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล 3 ด้าน จากทั้งหมด 5 ด้าน) คือ ด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านประชากร (ผู้สูงอายุ) และด้านสังคม กิจกรรมที่ 7 เป็นการติดตามการใช้ระบบฐานข้อมูลรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2565) จังหวัดพัทลุงเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำท่วมขัง บางจุดเกิดน้ำทะเลหนุนทำให้ทั้งตำบลจองถนน และตำบลนาปะขอ ได้ใช้ข้อมูลในระบบฐานข้อมูล รวมถึงขั้นตอนแนวทางที่ได้อบรมไปใช้ในการวางแผนรับมืออุทกภัยในพื้นที่ พบว่า ฐานข้อมูลเข้าใจได้ง่าย รวดเร็วแม้อยู่ในสถานการณ์คับขัน แต่ในการนำไปใช้ยังไม่ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ดังนั้นควรเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครบทั้งตำบลเพื่อให้การจัดการรับมืออุทกภัยในพื้นที่เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด กิจกรรมที่ 8 เป็นการฝึกทักษะการดูแลระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และกิจกรรมที่ 9 เป็นการถอดบทเรียนกิจกรรม แนวทางการดูแลระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และการนำไปใช้รับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติพบว่า พึงพอใจระบบฐานข้อมูลเป็นอย่างมาก เนื่องจากโครงสร้างของระบบฐานข้อมูลฯ ละเอียดครบถ้วน และเก็บข้อมูลหลายระดับ ใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปรับเปลี่ยนแก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลง่าย และตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และคนในชุมชน

คำสำคัญ

technology transferระบบฐานข้อมูลการถ่ายทอดเทคโนโลยีDatabase Systemhuman securitydisaster responseการรับมือภัยพิบัติความมั่นคงในมนุษย์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

กลยุทธ์การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้ใน การบริหารจัดการภัยพิบัติ

พรสุข จงประสิทธิ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2558

เครือข่ายเฉพาะกิจสำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติ

วีรยุทธ ชุติมารังสรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2562

การพัฒนาระบบการสำรวจและบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและดินถล่ม บนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการขั้นสูง

ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2564

การจัดทำแผนบูรณาการเพื่อจัดสร้างระบบจัดการภัยพิบัติแบบอัจฉริยะในเขตเมืองขอนแก่น

กิตติเวช ขันติยวิชัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2565

การพัฒนาแนวทางการสื่อสารข้อมูลภัยพิบัติในภาวะวิกฤต ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

พรพจน์ เพ็ญพาส วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2558

ชุมชนกับความรู้ในการจัดการภัยพิบัติ กรณีศึกษา ตำบลบางช้าง จังหวัดนครปฐม

นิภาพรรณ เจนสันติกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ. 2558

โครงการ การพัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันอุทกภัย กรณีศึกษาอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วิทวัส ขุนหนู มหาวิทยาลัยสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2557

การพัฒนาแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติสำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กรณีศึกษา : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ไพรัช สุขวิญญู มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ. 2553

ศึกษาวิจัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ในต่างประเทศที่ประยุกต์ใช้เมื่อเกิดภัยพิบัติ

สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงาน กสทช. พ.ศ. 2555

การพัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันอุทกภัย กรณีศึกษาอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วิทวัส ขุนหนู มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2561