กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคใบขาวของอ้อยเกิดจากเชื้อไฟโตพลาสมาสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผลผลิตอ้อยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การจัดการควบคุมการระบาดโดยเฉพาะการตรวจวินิจฉัยโรคที่รวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยลดผลกระทบดังกล่าว ปัจจุบันการตรวจโรคใบขาวอ้อยใช้วิธี nested PCR ซึ่งใช้เวลาตรวจนาน มีค่าใช้จ่ายสูง ใช้เครื่องมือราคาแพง และจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการทำงาน อีกทั้งผลตรวจเป็นข้อมูลในเชิงคุณภาพ (qualitative) จึงอาจไม่เพียงพอต่อการประเมินความรุนแรงของการติดเชื้อ ดังนั้นในการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีตรวจในเชิงปริมาณโดยใช้เทคนิคแลมป์ร่วมกับการใช้เครื่องวัดความขุ่นแบบเรียลไทม์ ที่มีความง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีราคาถูก โดยในโครงการวิจัยนี้ได้พัฒนากรรมวิธีสกัดตัวอย่างดีเอ็นเอจากใบอ้อยแบบรวดเร็ว ซึ่งใช้เวลาในการเตรียมตัวอย่างเพียง 5 นาที และพัฒนาสูตรน้ำยาแลมป์ที่ประกอบด้วยไพรเมอร์จำนวน 2 ชุด ที่จำเพาะต่อสารพันธุกรรมของเชื้อไฟโตพลาสมา โดยมีความไวในการตรวจพลาสมิดดีเอ็นเอที่ 10 สำเนา ซึ่งมีความไวสูงเทียบเท่ากับวิธี nested PCR สำหรับการตรวจเชิงปริมาณนั้น ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้น้ำยาแลมป์ร่วมกับเครื่องวัดความขุ่นโดยแสดงผลเป็นกราฟความขุ่นแบบเรียลไทม์ ซึ่งเวลาของการเกิดความขุ่น (Turbidity time, Tt) จะขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อในตัวอย่าง โดยตัวอย่างที่มีปริมาณเชื้อมากจะสามารถอ่านผลกราฟความขุ่นได้ภายในเวลา 10 นาที และจะตรวจวัดไปจนครบ 60 นาที เพื่อให้ครอบคลุมการตรวจตัวอย่างที่มีปริมาณเชื้อน้อย ผลการทดสอบในภาคสนามโดยใช้ใบอ้อยที่มีลักษณะภายนอก (phenotype) ที่ต่างกัน จำนวน 316 ตัวอย่าง พบว่า การทดสอบด้วยวิธีเรียลไทม์แลมป์ และ nested PCR มีความสอดคล้องกัน โดยแสดงค่าความไว (sensitivity) ความจำเพาะ (specificity) และความแม่นยำ (accuracy) ที่ 100% และจากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของโรคใบขาวอ้อยกับปริมาณเชื้อจากสมการเส้นตรงของกราฟมาตรฐานจากการวัดความขุ่นด้วยเทคนิคแลมป์แบบเรียลไทม์ พบว่าในกลุ่มที่มีลักษณะใบขาวทั้งกอจะมีปริมาณเชื้อมากและเกิดความขุ่นได้เร็วกว่ากลุ่มที่มีใบขาวบางส่วน นอกจากนี้เทคนิคที่ได้พัฒนาขึ้นยังสามารถใช้ตรวจแยกกลุ่มติดเชื้อแฝง (carrier) ออกจากกลุ่มอ้อยใบเขียวที่ไม่ติดเชื้อ (normal) ได้อย่างแม่นยำ จากผลการทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่าวิธีที่พัฒนาขึ้นนี้มีความง่าย รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ และสามารถนำข้อมูลการวัดเชิงปริมาณไปใช้ประโยชน์ในการจัดการ ติดตาม และควบคุมโรคที่สัมพันธ์กับปริมาณการติดเชื้อในอ้อยได้อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคใบขาวได้อย่างมีประสิทธิภาพและจะนำไปสู่การแก้ปัญหาโรคใบขาวได้อย่างยั่งยืน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported