การศึกษารูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุทีมีการใช้จ่ายสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการท่องเที่ยวและรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนและชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูง (2) เพื่อจำแนกกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนและชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูง (3) เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับกลุ่มรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนและชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูง (4) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมนักท่องเที่ยวสูงอายุที่มีการใช้จ่ายสูงในประเทศไทยงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่มีอายุมากกว่า 55 ปี และมีรายได้ขั้นต่ำตามที่กำหนด ประเทศละ 300 ตัวอย่าง และนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวไทยที่มีอายุมากกว่า 55 ปี และมีรายได้ขั้นต่ำ 45,000 บาทขึ้นไป จำนวน 1,000 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการการท่องเที่ยว โดยใช้การสนทนากลุ่มจากบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน และสัมภาษณ์ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัด จำนวน 14 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามใช้การสรุปผลเป็นค่าร้อยละ ความถี่ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบและคลัสเตอร์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาผลการวิจัยพบว่า (1) ผลการศึกษาพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในภาพรวม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ชาวสิงคโปร์เคยมาเที่ยวประเทศไทย 4 ครั้งขึ้นไปมากที่สุดถึงร้อยละ 58 ในขณะที่ชาวมาเลเซียมาเที่ยวประเทศไทย 2-3 ครั้งขึ้นไปร้อยละ 39.5 แต่ชาวอินโดนีเซียเคยมาเที่ยวประเทศไทยครั้งเดียวร้อยละ 41.3 ชาวสิงคโปร์ใช้การจองการเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองออนไลน์สูงถึงร้อยละ 84.7 เช่นเดียวกับชาวอินโดนีเซียที่ร้อยละ 48.7 ในขณะที่ชาวมาเลเซียใช้การจองการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวในรูปแบบเดินทางกลุ่มส่วนตัวร้อยละ 43.5 ชาวสิงคโปร์เดินทางกับเพื่อนถึงร้อยละ 35.1 ใกล้เคียงกับคู่สมรสที่ร้อยละ 34.4 ในขณะที่ชาวมาเลเซียเดินทางกับคู่สมรสร้อยละ 38.9 ชาวอินโดนีเซียเดินทางกับเพื่อนร้อยละ 51.3 ชาวสิงคโปร์มีแรงจูงใจที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเพื่อมาพักผ่อนหย่อนใจร้อยละ 30.40 เช่นเดียวกับชาวมาเลเซียร้อยละ 22.91 แต่ชาวอินโดนีเซียเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆร้อยละ 17.23 ชาวสิงคโปร์ทำกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยการชิมอาหารไทยมากที่สุดร้อยละ 19.77 และการจับจ่ายใช้สอยร้อยละ 17.91 ชาวมาเลเซียทำกิจกรรมชมทัศนียภาพ ร้อยละ 19.98 ใกล้เคียงกับการชิมอาหารไทยร้อยละ 19.72 และการจับจ่ายใช้สอยร้อยละ 15.64 ชาวอินโดนีเซียทำกิจกรรมการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพ ร้อยละ 23.61 รองลงมาคือการชิมอาหารไทยร้อยละ 16.80 และการจับจ่ายใช้สอยร้อย 14.25 สำหรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูง พบว่า มีการเดินทางท่องเที่ยว 3 ครั้งต่อปี ในช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประมาณ 3 วันต่อครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ได้รับรู้ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวจากสื่อบุคคล เช่น คนในครอบครัว/ญาติ/เพื่อน ซึ่งตนเองเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการเดินทางท่องเที่ยว และนิยมเดินทางท่องเที่ยวกับคู่สมรส โดยการจัดการท่องเที่ยวด้วยตนเอง และใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจมากที่สุด คือ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ส่วนที่พักแรมที่นิยมใช้บริการ ได้แก่ โรงแรม ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 5,001-10,000 บาทต่อครั้งผลการวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินชีวิตที่ผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบและได้กระทำระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่า นักท่องเที่ยวสูงอายุทั้ง 3 ประเทศมีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกัน คือ ด้านกิจกรรม ผู้ตอบแบบสอบถามสูงอายุทั้ง 3 ประเทศให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ดีมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้านความสนใจ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสนใจกับการเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และด้านความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญมากที่สุดมีจำนวน 2 ข้อได้แก่ การคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานที่ท่องเที่ยว และการคำนึงถึงสุขอนามัยของสถานที่ท่องเที่ยวผลการวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินชีวิตและการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ด้านกิจกรรมอยู่ในระดับปานกลาง โดยชอบเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ด้านความสนใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ครอบครัวมีความสำคัญที่สุดในชีวิต และด้านความคิดเห็นในภาพรวมอยู่ในระดับมากในการวางแผนชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด(2) ผลการจำแนกกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนที่มีการใช้จ่ายสูง สรุปรวมได้ 7 กลุ่มดังนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวสุขภาพและความปลอดภัย กลุ่มนักท่องเที่ยวตามสื่อ กลุ่มนักท่องเที่ยวตะลุยไปกับเพื่อนและญาติ กลุ่มนักท่องเที่ยวอาหารและซื้อสินค้าและบริการ กลุ่มนักท่องเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรม และกลุ่มนักท่องเที่ยวกิจกรรมที่แปลกใหม่และทดลองทำ และกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มชอบสปา พักโรงแรมหรูหราและรับประทานอาหารที่เลิศรส ผลการจำแนกกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูง สรุปได้ 5 กลุ่มดังนี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเรียนรู้วัฒนธรรมและให้ความสำคัญกับตราสินค้า กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มกิจกรรมนอกบ้าน กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใส่ใจสิ่งรอบตัว กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มจิตอาสาและให้ความสำคัญกับความสำเร็จในชีวิต และกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มรักสุขภาพ กิจกรรม และอาหารปลอดภัย(3) ผลการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และชาวไทยที่มีการใช้จ่ายสูงแต่ละกลุ่ม เป็นผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก แหล่งจับจ่ายใช้สอย และแหล่งกีฬา ที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันซึ่งมีอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย (4) ผลการวิจัยสามารถกำหนดเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวอาเซียนที่มีการใช้จ่ายได้สูง ได้แก่ นโยบายการพัฒนาเมืองผู้สูงวัยเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวสูงอายุ และนโยบายการส่งเสริมการตลาดนักท่องเที่ยวสูงอายุ