การพัฒนาระบบจัดการน้ำหมุนเวียนแบบปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ของอุตสาหกรรมแป้งมันด้วยเทคโนโลยีบำบัดน้ำวิธีตกตะกอนทางไฟฟ้าร่วมกับโอโซนไมโครนาโนบับเบิ้ล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้เสนอการออกแบบและพัฒนาต้นแบบระบบบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีตกตะกอนทางไฟฟ้าร่วมกับโอโซเนชั่น เพื่อการลดปริมาณของแข็งที่ละลายทั้งหมด (TDS) วิเคราะห์พารามิเตอร์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการกำจัด TDS ของเครื่องตกตะกอนทางไฟฟ้า ขนาดพิกัด 2.5 ลบ.ม./ชม. โดยมีระยะทำปฏิกริยารอบละ 3 ชั่วโมง ทำงานวันละ 8 รอบ/วัน ทำให้มีประสิทธิภาพการบำบัดได้ 20 ลบ.ม./วัน และดำเนินการประเมินทางเศรษฐศาสตร์ในการกำจัด TDS จากน้ำทิ้งหรือระบายออกของระบบบำบัดน้ำอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง การออกแบบระบบบำบัดน้ำ ประกอบด้วยพารามิเตอร์ที่สำคัญ ได้แก่ แผ่นอิเล็กโทรด พื้นที่ผิวอิเล็กโทรด ความหนาแน่นกระแส คาบขั้วกลับ และระยะห่างระหว่างแผ่น ผลการทดลองพบว่า ถังรีแอคเตอร์ จำนวน 3 แบบ (A,B,C) ที่มีระยะอิเล็กโทรดต่างกัน 1.0 ซม., 0.7 ซม. และ 0.2 ซม. ค่ากระแสไฟฟ้า 50-300 A ระยะเวลาทำปฏิกริยา 30 นาที 60 นาที และ 90 นาที ตามลำดับ พบว่าค่าของแข็งละลายน้ำ มีการตกตะกอนมากที่สุด ณ โรงงานสยาม สตาร์ช 1996 จำกัด ลดลงร้อยละ 39.07 ที่ค่ากระแส 200 A ระยะห่างของแผ่นเท่ากับ 10 mm. ระยะเวลาบำบัดน้ำ 30 นาที ระยะเวลาตกตะกอน 2 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ค่าของแข็งละลายน้ำลดเหลือน้อยกว่า 1300 มก./ล. ซึ่งสามารถที่จะปล่อยน้ำออกสู่ระบบสาธารณะหรือชลประทานได้ตามกฎหมายของกรมชลประทาน ซึ่งพารามิเตอร์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบำบัด ได้แก่ ประเภทอิเล็กโทรด พื้นที่อิเล็กโทรดต่อปริมาตรน้ำ (m2/m3) ความหนาแน่นกระแส (A/m2) กระแสสลับ ระยะเวลา (วินาที) ระยะห่างระหว่างอิเล็กโทรด (มม.) ค่า pH และเวลาปฏิกิริยา (นาที) และการรวบรวมและวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งจากบ่อตกตะกอนหลังจากใช้กระบวนการบำบัดน้ำด้วยวิธีตกตะกอนไฟฟ้า และการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้พลังงานของกระบวนการลด TDS นี้อยู่ที่ประมาณ 4-6 kWh/m3 หรือ 20-30 บาท/ลบ.ม. ซึ่งระบบตกตะกอนทางไฟฟ้า จะนำไปใช้ร่วมกับวิธีโอโซนเนชั่น ที่จะช่วยลดของแข็งแขวนลอยเพิ่ม กำจัดสี กลิ่น และเชื้อโรคไวรัส แบคทีเรีย ลด COD, BOD ที่จะลดภาระการบำบัดน้ำให้กับระบบบำบัดหลักเดิม เช่น ระบบ AS (Activated Sludge) หรือ ระบบ RO (Reverse Osmosis) ซึ่งมีต้นทุนบำบัดน้ำประมาณ 15-25 บาท/ลบ.ม. เพื่อรองรับปริมาณน้ำเสียที่มีความเข้มข้นหรือค่าของแข็งละลายน้ำสูง ซึ่งผลการดำเนินการจะทำให้มีปริมาณน้ำทิ้งที่บำบัดได้ประมาณ 50% ที่มีค่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คิดเป็นน้ำที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ประมาณ 10 ลบ.ม./วัน เพื่อเป็นน้ำป้อนให้กับกระบวนการผลิตแป้งมัน น้ำล้างมันสำปะหลัง น้ำป้อนหม้อน้ำ น้ำเพื่อการเกษตร เป็นต้น